posttoday
ทองร่วง 20,000 บาท! ดอกเบี้ยพลิกเกม เปิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดอาจแตะ 5 หมื่นบาท

ทองร่วง 20,000 บาท! ดอกเบี้ยพลิกเกม เปิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดอาจแตะ 5 หมื่นบาท

19 มิถุนายน 2569

สัมภาษณ์พิเศษ : จากจุดสูงสุดกว่า 82,000 บาท สู่วันที่นักลงทุนต้องกัดฟันดูพอร์ตแดงทั้งกระดาน ทองคำกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่สุดของปี กูรูอ่านเกมระยะยาวยังไม่จบ เผชิญความเสี่ยงดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และสงครามตะวันออกกลางที่พร้อมเปลี่ยนทิศตลาดได้ทุกตลอด บทสัมภาษณ์พิเศษที่จะช่วยนักลงทุนวางแผนรับมือความผันผวนครั้งใหญ่ของทองคำในปีนี้

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ: จากจุดสูงสุดกว่า 82,000 บาท สู่วันที่นักลงทุนต้องกัดฟันดูพอร์ตแดงทั้งกระดาน ทองคำอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ
  • กูรูอ่านเกมระยะยาวยังไม่จบ เผชิญความเสี่ยงดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และสงครามตะวันออกกลางที่พร้อมเปลี่ยนทิศตลาดได้ทุกตลอด
  • บทสัมภาษณ์พิเศษที่จะช่วยนักลงทุนวางแผนรับมือความผันผวนครั้งใหญ่ของทองคำในปีนี้

"ทองคำ" เข้ารอบสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ จากสินทรัพย์ที่เคยถูกยกให้เป็นราชาแห่งการลงทุนและสร้างผลตอบแทนมหาศาลในช่วงวิกฤตโลก

วันนี้ทองคำกำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อราคาปรับฐานรุนแรงจากจุดสูงสุดกว่า 82,000 บาทต่อบาททองคำ จนทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยต้องติดดอยและเผชิญภาวะขาดทุนหลายหมื่นบาท

ขณะเดียวกัน สัญญาณใหม่จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงินโลก หลังตลาดเริ่มกังวลว่า "ยุคดอกเบี้ยขาลง" อาจสิ้นสุดเร็วกว่าที่คิด และหากดอกเบี้ยกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นอีกครั้ง ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่

คำถามสำคัญคือ...
     ทองคำกำลังเข้าสู่ตลาดหมีหรือไม่ ?
     จุดต่ำสุดของรอบนี้อยู่ตรงจุดไหน ?
     นักลงทุนที่ติดดอย 80,000 บาท ควรตัดใจขาย หรืออดทนถือต่อ ?
     และคนที่ยังไม่มีทองในพอร์ต นี่คือ "วิกฤต" หรือ "โอกาสทอง" เข้าซื้อ ?

ทองร่วง 20,000 บาท! ดอกเบี้ยพลิกเกม เปิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดอาจแตะ 5 หมื่นบาท

"โพสต์ทูเดย์" Special Interview จะพาไปเจาะลึกทุกมุมมองกับ "วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG ที่จะมาไขคำตอบว่า ทองคำกำลังพักฐานชั่วคราว หรือร่วงต่ำลากยาวไปอีกหลายปี

ในมุมมองระยะยาว "วรุต รุ่งขำ" ยังมองว่าทองคำอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ทิศทางหลักยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ในระยะสั้นมีปัจจัยกดดันหลายเรื่อง ทั้งผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้คงอัตราดอกเบี้ย 3.50 - 3.75% ตามคาด แต่เริ่มส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ประเด็นเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจต่างๆ ที่เข้ามาส่งผลต่อราคาทอง

ตอนนี้สิ่งที่ต้องติดตาม คือ การพักฐานของราคาทองคำจะลงได้ลึกแค่ไหน หลังจากพักฐานเสร็จแล้วมีโอกาสกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นในระยะสั้นอาจต้องรอให้ราคาปรับฐานก่อน แล้วจึงค่อยเข้าสู่รอบขาขึ้นรอบใหม่

ทองร่วง 20,000 บาท ต่ำสุดหรือยัง ?

ราคาทองคำโลกแตะที่ระดับ 4,023 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ถ้ามองในภาพใหญ่ ระดับต่ำสุดของปีนี้ยังสูงกว่าปีที่แล้วมาก เพราะปีที่แล้วทองเคยลงไปแถว 2,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดังนั้นแม้ตอนนี้ทองจะอยู่แถว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังถือว่าสูงกว่าฐานในอดีตมาก เพราะฉะนั้นภาพระยะยาวของทองคำยังเป็นขาขึ้น

จากสถิติที่ผ่านมา ราคาทองคำมีวัฏจักรของตัวเอง และมักเคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ หลายคนกังวลว่าทองอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานหรือหยุดขึ้น ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยเข้าสู่ขาขึ้น 

ย้อนกลับไปช่วงปีค.ศ. 2021-2023 (พ.ศ.2564-2566) ราคาทองคำเคยพักฐานในลักษณะนี้ ดอกเบี้ยสหรัฐฯปรับขึ้นต่อเนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ต้องเข้าใจว่าการพักฐานในเวลานั้นไม่ได้เป็นการร่วงแรง ทองเพียงแค่แกว่งตัวในกรอบ ไม่ได้ปรับขึ้นเท่านั้นเอง

ช่วงปีค.ศ. 2020-2023 (พ.ศ.2563-2566) ทองเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างประมาณ 1,580-2,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์และใช้เวลานานกว่า 3 ปี กว่าจะทะลุจุดสูงสุดเดิมในปีค.ศ.2024 (พ.ศ.2567) ดังนั้นนักลงทุนระยะยาวไม่ควรกังวลมากนัก หากทองต้องพักฐาน 2-3 ปี เพราะเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรตลาด

"เฟดระบุว่าปีนี้มีโอกาสปรับดอกเบี้ยขึ้น ก่อนที่จะเริ่มลดลงในปีค.ศ.2027 (พ.ศ.2570) และค.ศ.2028 (พ.ศ.2571) ดังนั้นตลาดจึงตีความว่า ระยะกลางทองยังมีโอกาสปรับลงได้ แต่การลงอาจไม่ลึกมาก และระยะยาวยังมีโอกาสกลับมาขึ้นได้ ตาม Economic Projection ของเฟดหากปีนี้ดอกเบี้ยขึ้นอีกประมาณ 0.25% และเริ่มลดในปี 2570-2571 สะท้อนว่าทองอาจเผชิญแรงกดดันในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า ก่อนกลับมาได้ในระยะยาว"

ทองร่วง 20,000 บาท! ดอกเบี้ยพลิกเกม เปิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดอาจแตะ 5 หมื่นบาท

ดอกเบี้ยปรับขึ้นแค่ไหนถึงกระทบ "ราคาทองคำ" อย่างหนัก

หากดู Economic Projection ล่าสุดของ FED ประมาณการดอกเบี้ยเดิมในเดือนมีนาคมระบุว่า ปี 2026 ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.4% ปี 2027 อยู่ที่ 3.1% และปี 2028 อยู่ที่ 3.1%

แต่รายงานเดือนมิถุนายนปรับขึ้นเป็น...
     ปี 2026 อยู่ที่ 3.8%
     ปี 2027 อยู่ที่ 3.6%
     ปี 2028 อยู่ที่ 3.4%

สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มมองว่า วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงอาจจบแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงแกว่งตัวหรืออาจกลับเป็นขาขึ้น หากรายงานเดือนกันยายนปรับประมาณการขึ้นอีก ตลาดจะเชื่อมากขึ้นว่าดอกเบี้ยกำลังกลับสู่ขาขึ้นจริง ซึ่งจะเป็นลบต่อทองคำ

กรณีเลวร้ายที่สุด ทองคำร่วงต่ำได้แค่ไหน ?

หากอ้างอิงข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) หากดอกเบี้ยกลับเป็นขาขึ้นจริง ราคาทองมีโอกาสปรับฐานลงได้ 5 - 20% จากราคาเปิดในช่วงต้นปีที่ 4,318 ดอลลาร์ หากลดลง 5% จะอยู่ที่ระดับประมาณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ส่วนกรณีลงลึกสุด ลดลง 20% อาจลงไปแตะ 3,454 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 53,200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่ง 3,454 ดอลลาร์ ถือเป็นกรอบล่างสุดที่ World Gold Council มองว่าอาจเกิดขึ้นได้ในปีนี้

สำหรับกรอบความเคลื่อนไหวราคาทองคำในระยะสั้นและระยะยาว กลยุทธ์การลงทุนดังนี้

  • ระยะสั้น ภาพรายวันหรือรายสัปดาห์ แนวรับสำคัญคือ 4,000 - 4,023 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 62,900 - 63,700 บาทต่อบาททองคำ) หากดีดตัวกลับมีแนวต้านที่ 4,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 65,600 บาทต่อบาททองคำ)
  • ระยะกลาง ภาพรายไดตรมาส มองกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 3,670 - 4,550 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 56,500 - 70,000 บาทต่อบาททองคำ) 
  • ระยะยาว ภาพรายปี หรือ 1-3 ปี หากปัจจัยพื้นฐานหนุน เช่น สงครามรุนแรงขึ้นหรือดอกเบี้ยกลับเป็นขาลงในปีพ.ศ.2570 มีโอกาสเห็นทองคำพุ่งไปถึง 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 86,200 บาทต่อบาททองคำ

"4,023 ดอลลาร์ถือเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แต่หากสถานการณ์เปลี่ยน เช่น สงครามรุนแรงขึ้น เงินเฟ้อกลับมา หรือเฟดขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าตลาดคาด ราคาทองอาจลงต่ำกว่าระดับนี้ได้เช่นกัน กรณีเลวร้ายที่สุดแถว 3,454 ดอลลาร์หรือประมาณ 53,200 บาท คำนวณบนฐานค่าเงินบาทที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ ถือเป็นโซนปลอดภัยสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่อยากซื้อถือยาว 1-3 ปี แม้ไม่มั่นใจว่าราคาจะลงมาถึงระดับดังกล่าว"

ติดดอย 80,000 บาท ควรทำอย่างไร ?

จากจุดสูงสุดประมาณ 82,000 บาทต่อบาททองคำ ตอนนี้ทองลงมาเกือบ 20,000 บาท ถ้าถือมาถึงจุดนี้ หากเป็นเงินเย็นและสามารถทนถือได้ แนะนำให้ถือต่อ เนื่องจากการขายตัดขาดทุนในขณะที่ราคาลงมาเยอะแล้วอาจจะน่าเสียดาย ให้รอจนกว่าการพักฐานจบลงแล้วหาจังหวะสะสมเพิ่มเพื่อเฉลี่ยต้นทุน เพราะในระยะยาว 1-3 ปี ทองคำยังเป็นเทรนด์ขาขึ้น

"คนที่ยังไม่มีทองถือว่าได้เปรียบ เพราะในระยะสั้นโซน 4,000-4,023 ดอลลาร์ หรือประมาณ 62,900-63,700 บาทต่อบาททองคำ ยังถือเป็นจุดที่สามารถเสี่ยงซื้อเพื่อเล่นเด้งระยะสั้นได้ แต่ถ้าราคาหลุด 4,023 ดอลลาร์ ต้องมี Stop Loss เพราะภาพระยะสั้นยังเป็นขาลง"

ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญ คือ "การบริหารความเสี่ยง" ราคาทองคำผันผวนสูงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นักลงทุนต้องประเมินตัวเองว่ารับแรงกดดันได้แค่ไหน เปรียบพอร์ตลงทุนเหมือน "เรือดำน้ำ" ถ้าทองลงลึกขึ้นเรื่อยๆ พอร์ตของเรารับแรงกดดันได้หรือไม่

ถ้าเป็นเงินเย็น ถือทองแท่งจริง ไม่ใช้ Leverage ก็ไม่น่ากังวลมาก แต่ถ้าเป็นนักเก็งกำไรในตลาดอนุพันธ์ ใช้ Leverage สูง ต้องระวังมาก เพราะหากทองลงลึก พอร์ตอาจรับไม่ไหว

คนที่ถือทองแท่งจริง 10 บาท น้ำหนักทองก็ยังเป็น 10 บาทเท่าเดิม เพียงแต่มูลค่าขึ้นลงตามราคาเท่านั้น ดังนั้นการลงทุนทองคำในช่วงนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตมากกว่าการคาดเดาราคาเพียงอย่างเดียว.

ทองร่วง 20,000 บาท! ดอกเบี้ยพลิกเกม เปิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดอาจแตะ 5 หมื่นบาท

ข่าวล่าสุด

DITP ดันกลยุทธ์ยกระดับสินค้าไทย ก้าวทันเมกะเทรนด์โลก

DITP ดันกลยุทธ์ยกระดับสินค้าไทย ก้าวทันเมกะเทรนด์โลก