
ธปท. เร่งแบงก์ช่วยลูกหนี้สู้วิกฤตพลังงาน อัดมาตรการเติมสภาพคล่อง
ธปท. เร่งแบงก์ช่วยลูกหนี้สู้วิกฤตพลังงาน ผ่าน Soft Loan-SMEs Credit Boost- SMEs Secure+ เติมสภาพคล่อง ให้ SMEs และประชาชนเข้าถึงทุนในการปรับตัวท่ามกลางภาวะต้นทุนและค่าครองชีพสูงจากวิกฤตตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- ธปท. ขอความร่วมมือสถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน
- เน้นการให้สินเชื่อใหม่เพื่อเสริมสภาพคล่อง ควบคู่กับการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิม
- ชู 3 กลไกสนับสนุนสินเชื่อ ได้แก่ โครงการ Soft Loan, SMEs Credit Boost และการประเมินหลักประกันที่ยืดหยุ่น
นางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีหนังสือที่ ธปท. ว. 2341/2569 และ ธปท. ว. 2342/2569 เรื่อง การช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เพื่อขอความร่วมมือสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจำเป็นของลูกหนี้ นั้น
ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวน ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น กำลังซื้อของประชาชนได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ขณะที่สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว การปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้บางกลุ่มจึงเป็นไปด้วยความระมัดระวัง
ที่ผ่านมารัฐบาล และ ธปท. ได้ออกมาตรการที่สามารถช่วยลดทอนภาระและความเสี่ยงทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจนำมาใช้อย่างผสมผสาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ
(1) โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้แก่สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลงนั้น ไปยังลูกหนี้เพื่อผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยได้
(2) โครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงด้านเครดิตให้กับสถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) เพื่อยกระดับศักยภาพของธุรกิจ เช่น การลงทุนเพื่อปรับตัวในการลดต้นทุนด้านพลังงาน (energy transition) หรือการสนับสนุนการเสริมสภาพคล่องที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนด้านพลังงานอยู่ในระดับสูง
(3) กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” ให้สถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณามูลค่าหลักประกันได้ยึดหยุ่นขึ้น โดยนำมาพิจารณาควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้เป็นการเฉพาะชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ SMEs ที่มีหลักประกันเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
ในการนี้ ธปท. จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งใช้ประโยชน์จากกลไกและมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน ด้านเครดิต และด้านกฎเกณฑ์ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจและประชาชนที่มีความจำเป็นต้องได้รับสภาพคล่องหรือเงินทุนในการปรับตัว ภายใต้วิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ หากสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจประสงค์จะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม แต่ยังมีข้อจำกัดหรืออุปสรรคด้านกฎเกณฑ์หรือการดำเนินการ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้กรอบการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินและการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เหมาะสมต่อไป







