posttoday

เจาะทิศทางกลุ่มแบงก์ปี 69 ดอกเบี้ยขาลง กดดัน NIM ฉุดกำไรวูบ

11 มกราคม 2569

ส่องกำไรกลุ่มแบงก์ปี 69 ส่อวูบ 4-11% เซ่นดอกเบี้ยขาลงฉุด NIM แม้หนี้เสียยังคุมได้ แบงก์เร่งรุก Wealth-ลงทุนไอที โบรกฯ แนะ Underweight ชู BBL หุ้นเด่น

KEY

POINTS

  • คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอีกครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อกลุ่มธนาคาร
  • ทิศทางดอกเบี้ยขาลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ซึ่งเป็นรายได้หลักของธนาคารให้ปรับตัวลดลง
  • ผลกระทบจาก NIM ที่ลดลงคาดว่าจะทำให้กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในปี 2569 หดตัวลงประมาณ 4-11% จากปีก่อนหน้า

ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ภาคธนาคารไทยต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการดำเนินนโยบายทางการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 4 ครั้ง จากการประชุม 6 ครั้ง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดลงรวม 1.00% (จาก 2.25% เหลือ 1.25% ต่อปี) 

แนวโน้มนี้ยังคงมีต่อเนื่องมาถึงปี 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีแรกสู่ระดับ 1.00% สถานการณ์ดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการและทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ซึ่งเป็นรายได้หลักของธนาคาร

บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ประเมินว่า กำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง ได้แก่  BBL, KBANK, KTB, SCB, TTB, KKP และ TISCO ในปี 2569 จะอยู่ที่ 217,743 ล้านบาท หดตัว 4% จากปีก่อน กดดันหลักจากการลดลงของ NIM จากทิศทางดอกเบี้ยขาลง คาดดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 จากปัจจุบันที่ 1.25% การขยายไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และการลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” 

ภาพรวมธุรกิจ คาดว่าสินเชื่อรวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.2% จากปีก่อน ธนาคารคงเน้นการปล่อยสินเชื่อไปยังกลุ่มที่มีคุณภาพ และรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการคาดเพิ่มขึ้น จากการเจาะกลุ่มลูกค้า wealth และ Bancassurance รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมตลาดทุน 

ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) คาดว่าจะลดลง จากธนาคารเร่งจัดการคุณภาพสินทรัพย์ตลอดปี 2567-2568 รวมถึงการตั้งสำรองพิเศษ (management overlay) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต 

ส่วน Gross NPL คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เพราะความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดย NPL Ratio คาดอยู่ที่ 3.67% ลงจากปีก่อน คาดที่ 3.73% ซึ่งเป็นระดับที่ธนาคารยังสามารถควบคุมได้ จากความเพียงพอเรื่องการตั้งสำรองต่อพอร์ต Coverage Ratio ยังคงระดับใกล้เคียงกับในอดีตคาดประมาณ 184% 

เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง คาดการณ์กำไรสุทธิรวมปี 2569 ของธนาคารที่เราให้คำแนะนำ 7 แห่ง ได้แก่  BBL, KBANK, KKP, KTB, SCB, TISCO, และ TTB จะลดลง 11% จากปีก่อน 

ปัจจัยที่มีผลต่อกำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ปี 2569 

  • คาดว่าธนาคารจะยังคงลงทุนด้าน IT ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดาเนินงานในระยะกลางถึงยาว
  • คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 25bps เหลือ 1.0% ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 จะกดดัน NIM เฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่เราให้คำแนะนำ
  • คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มน่าจะยังอยู่ในระดับควบคุมได้ โดยอัตราการตั้งสำรองเฉลี่ยปี 2569 อยู่ที่ 1.33% ลดลง 9bps จากปีก่อน
  • กำไรจากเครื่องมือทางการเงินในไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มจะลดลงจากไตรมาสก่อน จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปี (TH5Y) ที่สูงขึ้น และผลตอบแทนของดัชนี MSCI World ที่ลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อน 

กลยุทธ์การลงทุน: ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร น้อยกว่าตลาด (Underweight) เนื่องจากคาดการณ์กำไรที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเป็นรายบริษัท BBL (ธนาคารกรุงเทพ) ถือเป็นหุ้นเด่นที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากมีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและมูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ข่าวล่าสุด

ช.การช่าง ร่วมเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง