posttoday

3 ทักษะการเงินที่คนไทยต้องมีในปี 2569 เปลี่ยนความรู้ให้เป็น “ภูมิคุ้มกันชีวิต”

10 มกราคม 2569

ปี 2569 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หนี้สูง รายได้ผันผวน เคทีซีชวนคนไทยสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตทางการเงิน ผ่าน 3 ทักษะสำคัญที่ทำได้จริงและใช้ได้ทันที

KEY

POINTS

  • การแยกแยะและเข้าใจโครงสร้างหนี้ (Debt Decomposition) เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการชำระหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน ช่วยลดภาระทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การบริหารกระแสเงินสดแบบยืดหยุ่น (Adaptive Cash Flow) โดยปรับใช้สูตร 50-30-20 เพื่อสร้างเงินสำรองสำหรับรองรับรายได้ที่ไม่แน่นอนและป้องกันการก่อหนี้ใหม่
  • การรู้เท่าทันและคัดกรองข้อมูลการเงิน (Financial Information Literacy) โดยเฉพาะจากโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันการตัดสินใจที่ผิดพลาดจากคำแนะนำที่ไม่น่าเชื่อถือ

ปีใหม่ 2569 มาพร้อมคำถามสำคัญที่คนไทยจำนวนมากกำลังคิดเหมือนกันว่า
“เราจะทำให้ชีวิตการเงินมั่นคงขึ้นได้อย่างไร?”

 

แม้ตัวเลขเศรษฐกิจบางด้านจะดูนิ่งขึ้น แต่ภาพรวมของครัวเรือนไทยยังเต็มไปด้วยความเปราะบาง ทั้งภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง รายได้ที่ไม่แน่นอน และความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2568 หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 86.8% ของ GDP ซึ่งยังเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน แม้อัตราการว่างงานจะอยู่เพียง 0.91% แต่ยังมีคนไทยกว่า 2.1 ล้านคน ที่ทำงานไม่เต็มเวลาและมีรายได้ผันผวนอย่างต่อเนื่อง

 

รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ยังสะท้อนอีกด้านหนึ่งว่า แม้คนไทยจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้มากขึ้น แต่ “ช่องว่างของความรู้” ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะการอ่านเงื่อนไขสัญญา การเข้าใจดอกเบี้ย และการประเมินความเสี่ยง ส่งผลให้หลายครอบครัวตัดสินใจทางการเงินผิดพลาด และแบกรับต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็น

 

ในมุมมองของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปีใหม่จึงไม่ใช่แค่ช่วงเวลาของการตั้งเป้าหมาย แต่คือ “จังหวะตั้งหลัก” ทางการเงินอย่างจริงจัง และหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด คือการสร้าง ภูมิคุ้มกันชีวิตทางการเงิน ผ่าน 3 ทักษะสำคัญที่คนไทยควรมีในปี 2569

 

1. แยกหนี้ให้ขาด ก่อนวางแผนชีวิตใหม่

 

ทักษะการแยกชิ้นส่วนหนี้ (Debt Decomposition)

ทุกต้นปี หลายคนตั้งใจจะ “เคลียร์หนี้” หรือ “ลดดอกเบี้ย” แต่ในความเป็นจริง การรู้แค่ว่ายอดหนี้มีเท่าไรยังไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญกว่า คือการเข้าใจ โครงสร้างของหนี้ เพื่อเลือกจัดการได้ถูกจุดและลดต้นทุนในระยะยาว

 

เคทีซีเสนอกรอบคิด 3D of Debt สำหรับปี 2569

เริ่มจากการรู้ “DNA ของหนี้” ว่าหนี้แต่ละก้อนคิดดอกเบี้ยแบบใด เป็นแบบ Effective หรือ Flat มีค่าปรับ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายแฝงอะไรซ่อนอยู่บ้าง
ต่อด้วยการเข้าใจ “Dynamics” หรือแรงส่งของดอกเบี้ยทบต้น รวมถึงความเสี่ยงจากการชำระขั้นต่ำที่ทำให้หนี้ยืดเยื้อ
และสุดท้าย คือ “Decision Rule” การจัดลำดับปิดหนี้โดยเริ่มจากก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน เพื่อให้ภาระลดลงได้เร็วและชัดเจน

 

ทักษะนี้ช่วยเปลี่ยนการแก้หนี้จากการ “เดา” ให้กลายเป็นการ “วางแผน” และลดความสูญเสียทางการเงินที่หลายครอบครัวเผชิญอยู่โดยไม่รู้ตัว

 

2. กระแสเงินสดต้องยืดหยุ่น เมื่อรายได้คาดเดาไม่ได้

 

Adaptive Cash Flow สำหรับปีแห่งความไม่แน่นอน

ปี 2569 ยังเป็นปีที่รายได้ของคนจำนวนมากไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มทำงานไม่เต็มเวลา ฟรีแลนซ์ หรืออาชีพที่รายได้ผันผวน ทำให้สูตรบริหารเงินแบบเดิม ๆ อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

เคทีซีจึงเสนอแนวคิด “Thai Adaptive 50–30–20” ฉบับปรับให้เข้ากับความเป็นจริงของครอบครัวไทย

โดย 50% ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น พร้อมทบทวนและลดรายจ่ายผูกมัดที่ไม่สร้างคุณค่า
30% ทำหน้าที่เป็น “กันชน” สำหรับรองรับเดือนที่รายได้ลดลง
และอีก 20% ใช้สำหรับการออมหรือปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุด

 

โครงสร้างนี้ไม่ได้มุ่งความสมบูรณ์แบบ แต่ช่วยให้ครอบครัวไทย “อยู่รอดอย่างมั่นคง” มีสภาพคล่องเพียงพอ และไม่ต้องกลับไปพึ่งพาหนี้ใหม่ทุกครั้งที่รายได้สะดุด

 

3. รู้เท่าทันข้อมูลการเงิน ในยุคโซเชียลนำการตัดสินใจ

 

Financial Information Literacy ในยุคโซเชียลครองเมือง

ปี 2569 คือยุคที่ข้อมูลการเงินไหลเร็วกว่าเคย โดยเฉพาะคอนเทนต์จากโซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลสูงกว่าสื่อทางการ งานวิจัยในปี 2025 ชี้ว่า “เพื่อนและโซเชียลมีเดีย” เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการใช้จ่ายและการออมของคนไทยรุ่นใหม่ ทำให้การตัดสินใจผิดพลาดเกิดขึ้นได้ง่าย หากขาดทักษะกลั่นกรองข้อมูล

 

เคทีซีแนะนำกติกาง่าย ๆ สำหรับคัดกรองข้อมูลการเงิน เรียกว่า FILT (ฟิลท์)
เริ่มจากการตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้หรือไม่ (Fact check)
พิจารณาว่าผู้ให้ข้อมูลมีแรงจูงใจเชิงการขายหรือผลประโยชน์แฝงหรือไม่ (Incentive)
ตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับสัญญาหรือความเสี่ยงทางกฎหมาย (Legal)
และดูว่าข้อมูลนั้นอัปเดตล่าสุดหรือเป็นข้อมูลล้าสมัย (Time-bound)

 

ทักษะนี้ช่วยให้คนไทยไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม คำแนะนำชวนเชื่อ หรือการลงทุนที่ไม่เหมาะกับตนเอง

 

MVFL ความรู้การเงินขั้นต่ำที่ทำได้จริง

 

เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ไม่ซับซ้อนเกินไป เคทีซีเสนอแนวคิด MVFL – Minimum Viable Financial Literacy™ หรือ “ความรู้การเงินขั้นต่ำที่ควรมี” ซึ่งเน้นการลงมือทำได้จริง ได้แก่

  • การรู้ดอกเบี้ยที่แท้จริงของหนี้ทุกก้อน
  • การมีเงินกันชนอย่างน้อย 1.5 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น
  • การตัดรายจ่ายผูกมัดที่ไม่จำเป็นออกอย่างน้อย 2 รายการ
  • การใช้กติกา FILT ก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูลการเงิน
  • การจัดลำดับปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
  • และการทบทวนงบการเงินครอบครัวอย่างน้อยเดือนละครั้ง

 

ปีใหม่ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่คือโอกาสในการสร้าง “หลักคิดทางการเงิน” ที่แข็งแรงกว่าเดิม เคทีซีเชื่อว่าความรู้คือพลัง และการรู้เท่าทันการเงิน คือภูมิคุ้มกันชีวิตที่จะอยู่กับคนไทยไปตลอดปี 2569 และปีต่อ ๆ ไป ในฐานะสถาบันการเงินไทยเพื่อคนไทย เคทีซียังคงมุ่งสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเงินที่ใช้งานได้จริง เพื่อให้ทุกครอบครัวใช้ชีวิตทางการเงินได้อย่างมั่นคงและมั่นใจในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

ฝ่าพายุทองคำ! ‘พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์’ เปิดยุทธศาสตร์ปี 69 ฝ่าเกมเดือด