แบงก์ชาติ-คลัง ชู "ดอกเบี้ยตามความเสี่ยง" แก้หนี้ทั้งระบบ
แบงก์ชาติ-คลัง จับมือภาคเอกชน ปฏิวัติระบบสินเชื่อไทย ชู “Risk-Based Pricing” เสี่ยงสูงกู้ได้ เสี่ยงต่ำดอกเบี้ยถูก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผนึกกำลังสมาคมธนาคารไทยและผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย
เดินหน้าโครงการ “Reinvent Thailand” เปิดฉากประชุมนัดแรก (kick-off) เพื่อวางรากฐานกลไกการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง (Risk-Based Pricing)
ตั้งเป้าแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่ออย่างยั่งยืน สร้างความเป็นธรรมให้ลูกหนี้ทุกกลุ่ม และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
เปิดแนวคิด "Risk-Based Pricing" สร้างความเป็นธรรมในระบบสินเชื่อ
หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนากลไก Risk-Based Pricing ซึ่งจะนำข้อมูลเครดิต หรือ Credit Score ของลูกหนี้มาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ย
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ตามแนวทาง "เสี่ยงสูงกู้ได้ เสี่ยงต่ำกู้ถูกลง"
ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น:
- สำหรับลูกหนี้ความเสี่ยงสูง: ผู้ที่ปัจจุบันอาจไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ และต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ จะได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายและเป็นธรรมมากขึ้น แม้จะเริ่มต้นด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงตามระดับความเสี่ยง แต่ก็จะเป็นก้าวแรกในการสร้างประวัติทางการเงินในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB)
- สำหรับลูกหนี้ความเสี่ยงต่ำ: ผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดีและมีวินัยทางการเงิน จะได้รับรางวัลเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ "ถูกลง" ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างแรงจูงใจในการรักษาวินัยทางการเงินต่อไป
เดินหน้าทดสอบใน Sandbox ก่อนใช้จริง
ในการหารือเบื้องต้น ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยในระยะแรกจะมีการนำร่องทดสอบกลไกดังกล่าวใน Sandbox (โครงการทดสอบนวัตกรรมทางการเงิน)
เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความพร้อมของผู้ให้บริการทางการเงินในการนำหลักการ Risk-Based Pricing ไปปรับใช้จริง ก่อนที่จะขยายผลสู่การให้บริการในวงกว้างต่อไป
การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคของการให้สินเชื่อในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการร่วมกันออกแบบสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม
เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายและตอบโจทย์ความเสี่ยงของลูกหนี้แต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือระหว่าง ธปท. สศค. และภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในโครงการนำร่อง (pilot projects) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งภายใต้โครงการ Reinvent Thailand
โดยทุกภาคส่วนมุ่งมั่นที่จะประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาหนี้สินและโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว


