posttoday
เงินบาทวันนี้34.55-34.85เปิดเช้าแข็งค่าขึ้นอยู่34.68บาท/ดอลลาร์

เงินบาทวันนี้34.55-34.85เปิดเช้าแข็งค่าขึ้นอยู่34.68บาท/ดอลลาร์

29 พฤศจิกายน 2566

Krungthai GLOBAL MARKETS ให้กรอบเงินบาทวันนี้ 34.55-34.85 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นอยู่ 34.68 บาทต่อดอลลาร์ ลุ้นผลประชุมกนง.ส่งชะลอการแข็งค่าขึ้นได้ หากให้สัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย กดบอนด์ยีลด์ไทยย่อตัวลงได้บ้าง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่ามุมมองค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 34.55-34.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.68 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  34.93 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาก (แกว่งตัวในช่วง 34.67-34.95 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งเป็นการแข็งค่ามากกว่าที่เคยได้ประเมินไว้ โดยเงินบาทได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังจากราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและทรงตัวเหนือระดับ 2,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS ต้องยอมรับว่า เงินบาทได้แข็งค่าขึ้นมากกว่าที่เคยคาด โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ หลังราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้น เข้าใกล้จุดสูงสุดในปีนี้ ดังนั้น ในช่วงระหว่างวัน จึงประเมินว่า เงินบาทก็อาจยังพอได้แรงหนุนจากโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำได้บ้าง 

อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจเริ่มชะลอการแข็งค่าขึ้นได้ ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ ผลการประชุม กนง. โดยเราประเมินว่า หาก กนง. เริ่มส่งสัญญาณพร้อมหยุดการขึ้นดอกเบี้ย และปรับลดมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านสูงของอัตราเงินเฟ้อ (หรือ มีมุมมองที่ Hawkish น้อยลง) ก็อาจส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ไทยมีการย่อตัวลงได้บ้าง

ด้วยปัจจัยดังกล่าวจะหนุนให้ นักลงทุนต่างชาติอาจทยอยขายทำกำไรการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ไทย ขณะที่ ในฝั่งหุ้น การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ไทย ก็อาจทำให้ หุ้นไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น และหนุนให้ นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นไทยได้บ้าง ซึ่งความไม่สอดคล้องของฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ (หากเกิดขึ้นได้จริง) ก็อาจทำให้ เงินบาทเริ่มชะลอการแข็งค่าและแกว่งตัว sideway ได้

การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทที่มากกว่าระดับแนวรับที่ได้ประเมินไว้ในสัปดาห์นี้ ทำให้ มองว่า แนวรับถัดไปจะอยู่ในช่วง 34.50 บาทต่อดอลลาร์ (ซึ่งเข้าใกล้เป้าสิ้นปีของเราแถว 34.25 บาทต่อดอลลาร์ มากขึ้น) ส่วนโซนแนวต้านจะอยู่ในช่วง 34.90-35.00 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม อาทิ ตลาดมีการปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายเฟด

ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ บรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ อาทิ Tesla +4.5%, Microsoft +1.1% ต่างปรับตัวขึ้น หลังบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลง ตามความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดบางส่วนที่เริ่มออกมาสนับสนุนแนวโน้มเฟดทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ในปีหน้า นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ยังได้แรงหนุนจากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board ที่ปรับตัวขึ้น ดีกว่าคาด รวมถึงแนวโน้มการใช้จ่ายในช่วงเทศกาล Thanksgiving ที่จะขยายตัวได้ดี ทำให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq รีบาวด์ขึ้น +0.29% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.10%

ส่วนในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี stoxx600 ย่อตัวลง -0.30% กดดันโดยแรงขายหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนม Hermes -2.0%, LVMH -1.8% ที่เผชิญการปรับลดเป้าราคาและแนวโน้มผลประกอบการจากบรรดานักวิเคราะห์ ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยังคงสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด จนกว่า ECB จะมั่นใจว่าสามารถคุมปัญหาเงินเฟ้อได้   

ในฝั่งตลาดบอนด์ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดบางส่วนซึ่งออกมาสนับสนุนแนวโน้มการทยอยลดดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้า หลังอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลงมากขึ้น ได้หนุนให้ ผู้เล่นในตลาดยิ่งมั่นใจว่า เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยลงได้ราว -1% ในปีหน้า (เริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพฤษภาคมปีหน้า) ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงต่อเนื่องใกล้ระดับ 4.30%

ทั้งนี้ จึงยังคงมุมมองเดิมว่า ความระมัดระวังความเสี่ยงที่ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจผันผวนสูงขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด และบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะประธานเฟด ยังคงส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้นาน อย่างไรก็ดี เรามองว่า การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ดังกล่าวก็จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวได้ 

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ตามการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ซึ่งยังได้ช่วยหนุนให้ ค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องใกล้ระดับ 147 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง (Target แรกของ Trade Idea Short USDJPY ที่เรานำเสนอไปก่อนหน้า) โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ย่อตัวลงใกล้ระดับ 102.7 จุด (กรอบ 102.6-103.3 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ การปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและทรงตัวเหนือระดับ 2,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เข้าใกล้จุดสูงสุดในปีนี้มากขึ้น ส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดเริ่มทยอยขายทำกำไรทองคำและโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท 

สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ซึ่งแม้ว่า เราและบรรดานักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะประเมินว่า กนง. จะมีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% แต่ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การปรับคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของทาง กนง. ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูง 

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานการประชุม ECB ล่าสุด เพื่อประกอบการพิจารณาแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB 

และในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 3 รวมถึง รายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้ในระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท