
ผู้ว่าฯแบงก์ชาติยันปล่อยเงินบาทตามกลไกตลาดเผยค่าเงินอ่อนจาก 3 ปัจจัย
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติย้ำปล่อยเงินบาทเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด มองภาพรวมยังไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ พร้อมเผย 3 ปัจจัยหลักกดดันค่าเงิน ยันไร้ปัญหาขัดแย้งกับรัฐบาล
นายเศรษพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ค่าเงินบาท ภายหลังงาน Thailand Economic Outlook 2024 Change the Future Today เนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปีของกรุงเทพธุรกิจว่า
ด้วยเมื่อวานที่ผ่านมา (3 ต.ค. 66) ที่เงินบาทอ่อนค่าทะลุ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐนั้น ในเรื่องนี้ยอมรับว่า ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีสาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย 1.ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า 2.ความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวน และ 3.ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทของไทยมีความสัมพันธ์กับปัจจัยดังกล่าวอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ทางแบงก์ชาติ ไม่ได้ต้องการให้ค่าเงินมีความผันผวนสูง เพราะจะกระทบกับภาคธุรกิจ แต่ค่าเงินบาทที่อ่อนลงในภาพรวมยังไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยยังมีภูมิคุ้มกันในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 และ 2567 นั้นคาดว่าจะเกินดุล จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมทั้งระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และหนี้ต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ
ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ยังกล่าวยืนยันด้วยว่า ทางแบงก์ชาติไม่มีมาตรการ หรือนโยบายที่จะเข้าไปฝืนกลไกตลาดของค่าเงินบาท โดยเฉพาะการเข้าไปกำหนดระดับของค่าเงิน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครจะมากำหนดได้ จึงไม่ทำแน่นอน ซึ่งหากทำอาจจะเป็นความเสี่ยงมาก แต่จะยังคงติดตาม และพิจารณาความผันผวนที่มาจากปัจจัยพื้นฐาน โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการตัดสินใจในเรื่องของอัตรา ดอกเบี้ยนโยบาย ที่ผ่านมามีกรอบการดำเนินการที่ชัดเจน วิธีการทำงานโดยมีทั้งกรรมการจากภายใน และภายนอก ทำให้มีอิสระในการตัดสินใจแม้ว่ากรอบอัตราเงินเฟ้อจะต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง แต่วิธีการไปให้ถึงเป้าหมายเป็นเรื่องของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ไร้ปัญหาขัดแย้งกับรัฐบาล
ส่วนกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีความขัดแย้งกับแบงก์ชาติในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานั้น นายเศรษพุฒิ กล่าวว่า ถ้าเป็นในเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกัน ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำงานด้วยกันไม่ได้
พร้อมยืนยันว่าการไปพบ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา การหารือกับนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหลายเรื่อง ในมุมมองด้านเศรษฐกิจ โดยบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี
โดยไม่ได้มีการพูดถึงแหล่งเงินที่จะใช้ในมาตรการดิจิทัล วอลเล็ต แต่ในฐานะที่ตนเองเป็นหนึ่งในคณะกรรมการดิจิทัล วอลเล็ต คาดว่าจะมีการนัดประชุมใน คงจะใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อห่วงใยในการดำเนินมาตรการนี้ในคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย







