
พร้อม! เปิด 3 ความท้าทายสร้างโอกาสทางธุรกิจประเทศไทย
งานครบรอบ 53 ปี The Nation "อรมน ทรัพย์ทวีธรรม" เปิด 3 ความท้าทาย "ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์-มาตรการทางการค้ารูปแบบใหม่-ความเสี่ยงด้านปัจจัยการผลิต" พร้อมกางแผนรับมือ เชื่อไทยพร้อมเปิดรับโอกาส
นายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร บรรณาธิการเครือเนชั่น และบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ กล่าวในงานครบรอบ 53 ปี The Nation เปิดเวทีสัมมนา "Thailand Economic: Resilience and Opportunities" ว่า The Nation ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 53 มีสื่อในเครือ 10 สื่อ ซึ่ง The Nation เป็นสื่อหลักที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย และแน่นอนว่าสิ่งที่ต้องจับตาคือเศรษฐกิจโลก ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ นโยบายเศรษฐกิจ ปัญหาความขัดแย้ง ถือเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในหัวข้อ Thailand Trade Pulse 2023: New Thinking to Cope With Multiple Headwinds ว่า ความท้าทายสำคัญในปีนี้ คือ 1.ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยที่ผ่านมา สหรัฐฯมีการออกกฎหมายหลายด้าน ทั้ง การส่งเสริมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ, ส่งเสริมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ , ควบคุมการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง อีกทั้ง สร้างความเข้มแข็งห่วงโซ่การผลิตระหว่างพันธมิตรในอินโด-แปซิฟิก
ขณะที่ จีน เร่งสร้างความเข้มแข็งของตลาดในประเทศและลดพึ่งพาการผลิตจากต่างประเทศ, ตั้งเป้าผลิตเซมิคอนดักเตอร์รองรับความต้องการภายในประเทศให้ได้ 70% ภายในปี68 เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนในอาเซียน ซึ่งความขัดแย้งนี่จะเป็นตัเร่งการแบ่งห่วงโซ่อุปทาน จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดสหรัฐและจีน ไทยได้รับอานิสงส์การบ้านฐานผลิตจากจีน ทั้ง การผลิตยางรถยนต์ เป็นต้น ก็คงต้องติดตามการแบ่งโซ่อาหารนี้ เพื่อดึงดูดการลงทุนและย้ายฐานมาไทย
2.การขยายตัวมาตรการทางการค้ารูปแบบใหม่ ทั้ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อย 55%ภายในปี 2573 และตั้งเป้าปล่อยก๊าซฯเป็นศูนย์ พร้อมมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนของ EU ครอบคลุม 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ซีเมนต์, ไฟฟ้า, ปุ๋ย, เหล็ก เป็นต้น รวมทั้งระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของ EU หรือเรียกว่า EUDR ครอบคลุม 7 กลุ่มสินค้า โค โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ ทั้งนี้แม้ไทยจะมีสัดส่วนการส่งออกไม่สูงมากแต่ภาครัฐพยายามปรับตัวเพื่อแข่งขันตลาดโลกได้ โดยการสร้างแพลตฟอร์มกลไกที่ช่วยเอกชนประหยัดต้นทุน อีกทั้ง สนับสนุนเงินทุน เป็นต้น
และ 3.ความเสี่ยงด้านปัจจัยการผลิต ทั้ง วัตถุดิบ อาหารและพลังงาน จากความขัดแย้งด้านสงครามเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและพลังงานโลก และการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและปรกฎการณ์เอลนีโญ่ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร ถือเป็นโอกาสของไทยที่อาจจะใช้ความมั่นคงทางอาหารส่งออกอาหารไปยังประเทศที่ต้องการ
"ความท้าทายทั้ง 3 เรื่อง เป็นเพียงตัวอย่างที่ไทยต้องเตรียมรับมือ และปรับตัวเพื่อรับโอกาส และหนึ่งในการก้าวข้ามความท้าทายคือการเพิ่มขีดความสามารรถในการแข่งขันของไทย ซึ่งเราเองได้พัฒนาผู้ประกอบการโดยเฉพาะ MSME , ส่งเสริมการค้าดิจิทัล เป็นต้น เราได้ดำเนินการเจรจาทางการค้ากับทาง UAE , ศรีลังกา , แคนาดา และยกระดับ FTA อาเซียน จีน เป็นต้น เพื่อรับมือกระแสโลกและก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน"







