
'กฟผ.' เผยเหตุผล ทำไมช่วยค่าไฟได้แค่ 7 สตางค์
รับแบกค่าเอฟที หนัก 1.5 แสนล้านบาท ทำให้แบกรับภาระแทนประชาชนได้แค่ 7 สตางค์ และต้องเร่งคืนหนี้เงินกู้ภายใน 2 ปี
นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า สภาพคล่องของ กฟผ. นั้น เมื่อต้องแบกค่าเอฟที รวม 1.5 แสนล้านบาท สิ่งที่ทำได้คือการเจรจากับคู่สัญญา อย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมถึง 2 การไฟฟ้าจัดจำหน่ายที่กฟผ. ต้องรับเงิน กับการกู้เงินทั้ง 2 ก้อนรวม 1.1 แสนล้านบาท ของ กฟผ. ถือเป็นการกู้เงินระยะสั้นและเบิกได้ตามวงเงิน เป็นการกู้โดยการใช้งานที่ต้องจ่ายเงินต้นและคืนภายในระยะเวลา 2 ปี
ดังนั้นการกู้เงินรวม 1.1 แสนล้านบาท เป็นการกู้ระยะสั้น หากไม่ได้เงินค่าเอฟที ที่ค้างรับ จะทำให้การจัดอันดับเครดิตที่เคยดีมาตลอดมีปัญหา ซึ่งการแบกรับค่าเอฟที ให้ประชาชนตอนนี้ เหมือนอูฐแบกฟาง จนจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายแล้ว จึงไม่สามารถเพิ่มภาระได้อีกจากวงเงิน 1.5 แสนล้านบาทเดิม 6 งวด ต้องทยอยคืนงวดละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ก็ขยายเป็น 7 งวด ซึ่งจะครบ 4 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งช่วงนั้นรัฐบาลต้องหาเงินมาอุ้ม
ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สำหรับประเด็นอัตราการสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin : RM) ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอีกสาเหตุทำให้ค่าไฟแพงนั้น ปัจจุบันการสำรองไฟฟ้าของไทยอยู่ที่ 36% ไม่ได้สูงถึง 50 – 60% โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการนำค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญามาคำนวณ จึงไม่สะท้อนอัตราการสำรองไฟฟ้าแท้จริง อาทิ ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน อาทิ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล กลุ่มนี้ไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากปัจจัยช่วงเวลา ฤดูกาล ถูกคำนวณเป็นสำรองไฟฟ้าแต่ไม่ใช่สำรองไฟฟ้าที่แท้จริง
ดังนั้น หากจะให้ค่าไฟฟ้ามีราคาต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วยนั้น หากดูแผน PDP ก่อนหน้านี้ การนำเข้าก๊าซ LNG ในช่วงนั้นถูกมาก โดยปี 2562-2563 อยู่ที่ระดับ 6-7 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู กระโดดมาที่ 40-50 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู จากปัจจัยเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด-19 ระบาด รวมถึงสงครามรัสเซียและยูเครน ดังนั้น ต้นทุนฐานไม่ได้มีการกระทบ
แต่ค่าเอฟที กระทบกับราคาค่าไฟที่แพงขึ้น เพราะมาจากต้นทุนเชื้อเพลิง LNG ในช่วงตอนปลายปี 2565 ที่มีราคาแพงมาก ซึ่งตอนนี้ พยายามคำนวณในราคาที่ลดลงมาที่ 19-20 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้กำชับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดหาให้ได้ในราคา 13-15 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียูในรอบหน้า เพื่อทำให้ราคาลดลง
“กฟผ. จะมีภาระต่าง ๆ จึงอยากให้เห็นใจในการแบกรับภาระตรงนี้ เราก็พยายามลุ้นว่า สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน จะดีขึ้น และกำลังผลิตก๊าซในอ่าวไทยที่ลดลงจะกลับมาเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ บริษัท สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. อยู่ระหว่างเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งแนวโน้วตอนนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ระหว่าง 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะเป็น 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในปลายปีนี้ รวมถึงหวังว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะดีขึ้น ส่วนกรณีที่ภาคการเมืองเอาเรื่องของค่าไฟไปหาเสียง โดยจะยกเลิกค่าเอฟที ในระยะสั้น ตนไม่ขอไม่วิจารณ์”







