posttoday
รู้หรือยัง....5 ข้อไม่ควรทำในการแก้หนี้ครัวเรือน?

รู้หรือยัง....5 ข้อไม่ควรทำในการแก้หนี้ครัวเรือน?

22 พฤศจิกายน 2565

ธปท.แนะทางออกแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หลังยอดหนี้ยังพุ่งสูงต่อเนื่อง ชี้ต้องสร้างความสำดุลระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ให้ได้ เชื่อปฎิบัติตามคนไทยจะหลุดพ้นจากกับดักหนี้ท่วม

ปัจจุบัน ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับที่น่ากังวลไม่ว่าเทียบกับในอดีตหรือกับต่างประเทศ แม้ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นไตรมาส3 ประจำปี 2565 ชี้ว่าระดับหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP ในภาพรวมชะลอตัวลงในเกือบทุกประเภทสถาบันการเงิน ยกเว้นบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่สินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคุณภาพสินเชื่อของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 

หากดูสถิติหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือNPL ยอดคงค้างสินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน พบว่า จำนวนลูกหนี้ในเดือนมกราคม ปี2565 มีจำนวน 1.9 ล้านคน ในเดือนมีนาคม เพิ่มเป็น 2.1 ล้านคน และกระโดดเป็น 2.9 ล้านคนในเดือนมิถุนายนในปีเดียวกัน 

โดยในเดือนมกราคมมีจำนวนบัญชีที่เป็นหนี้เสีย 2.3 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบัญชีในเดือนมีนาคม และขยับเพิ่มเป็น 4.3 ล้านบัญชี ส่งผลให้มียอดคงค้างสินเชื่อที่ค้างชำระจาก 2 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.2. แสนล้านบาท และพุ่งเป็น 4 แสนล้านบาทตามลำดับ

รู้หรือยัง....5 ข้อไม่ควรทำในการแก้หนี้ครัวเรือน?

 

ตัวเลขที่ออกมา สะท้อนถึงความเปราะบางของเศษรฐกิจ และความเสี่ยงของสถาบันการเงิน หากไม่เร่งแก้ไขจะเป็นปัจจัยในการฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

ดังนั้นปัญหาหนี้ครัวเรือน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งธปท.องค์กรหลักในการรักษาเสถียรภาพสถาบันการเงินและผู้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non-bank) ได้แนะ 5 สิ่งที่ไม่ควรทำในการแก้หนี้ เพราะทำแล้วจะเกิดผลเสียได้ ดังนี้

สำหรับมาตรการไม่ควรทำ คือ

1.พักชำระหนี้เป็นวงกว้างเป็นเวลานาน เนื่องจากลูกหนี้จะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มจากดอกเบี้ยที่เดินอยู่ตลอดเวลาในช่วงพักชะระหนี้ ลูกหนี้อาจเสียวินัยทางการเงินได้ เพราะชินกับการไม่ต้องจ่ายหนี้ จนอาจจูงใจให้ก่อหนี้เพิ่มอีก และสถาบันการเงินอาจมีสภาพคล่องไม่พอปล่อยสินเชื่อใหม่ หรือช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือนร้อนจริงๆ

2.ลบ/แก้ประวัติข้อมูลเครดิตของลูกหนี้(NCB)  เพราะสถาบันการเงินไม่มีประวัติผู้กู้เพื่อพิจารณาปล่อยสินเชื่อ จนไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ หรือหากปล่อยก็จะคิดดอกเบี้ยแพง ดังนั้นจะทำให้ลูกหนี้เข้าถึงสินเชื่อในระบบอยากขึ้นนั่นเอง


ส่วนสิ่งที่ลูกหนี้ไม่ควรทำ  คือ

3.การผ่อนชำระขั้นต่ำ (บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด) ผลเสีย คือ ลูกหนี้ปิดหนี้ได้ยากขึ้น เพราะมีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากหนี้ที่ยังค้างจ่าย

4.การกู้หนี้ใหม่โปะหนี้เก่า (โดยเฉพาะกรณีหนี้ใหม่ที่ดอกเบี้ยแพงขึ้น เช่น กดเงินสด มาจ่ายหนี้บัตรเครดิต) นอกจากหนี้ไม่ลดลงแล้ว ลูกหนี้จะมีภาระเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยที่แพงกว่าเดิม

และ5.หยุดจ่ายหนี้ ปล่อยเป็นหนี้เสีย ลูกหนี้อาจถูกฟ้องร้อง นำมาสู่การถูกยึดทรัพย์ ทำให้เสียประวัติลูกหนี้ดี จนกู้สินเชื่อใหม่ได้ยากขึ้น 

 


รู้หรือยัง....5 ข้อไม่ควรทำในการแก้หนี้ครัวเรือน?

 

ดังนั้น การแก้หนี้หากทำอย่างถูกหลักการ รู้ว่าอะไรควรทำ และไม่ควรทำ ต้องรักษาสมดุลที่ดีระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ขณะที่การไม่ก่อหนี้เกินตัว มีวินัยการเงินที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ หากปฎิบัติได้ดังนี้จะเป็นการสร้างทางออกจากกับดักหนี้ครัวเรือไทยได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์