posttoday
เก็งกำไรค่าเงินกันสนั่นเมือง

เก็งกำไรค่าเงินกันสนั่นเมือง

15 กรกฎาคม 2554

แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาระบุว่า การแข็งค่าขึ้นมาอย่างรวดเร็วของเงินบาท

แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาระบุว่า การแข็งค่าขึ้นมาอย่างรวดเร็วของเงินบาท

ไม่ได้เป็นผลมาจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทย จนทำให้เกิดส่วนต่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐที่กว้างถึง 3-3.25%

วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธปท. ชี้แจงว่า เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง มาจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงถึง 1,587 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง และข่าวเชิงลบว่าสหรัฐอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) ใหม่ หลังจากที่เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาแถลงต่อสภาคองเกรส

นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส มีโอกาสจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลง ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ากลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชียรวมถึงไทยมากขึ้น จึงส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

“เงินบาทไทยแข็งค่าอย่างรวดเร็วทะลุ 30.05 บาท/เหรียญสหรัฐแล้ว แต่ ธปท.ก็ไม่ได้กังวล เพราะกระแสเงินทุนยังอยู่ในลักษณะ 2 ทิศทางอยู่ มีทั้งการขายเงินเหรียญสหรัฐ และมีแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐ สะท้อนได้ว่าตลาดมีผู้เล่นที่หลากหลายขึ้น” ผู้บริหาร ธปท. กล่าว

วงษ์วธู กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.25% ครั้งล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่ได้มีผลให้เงินบาทแข็งค่ามากนักอย่างที่หลายฝ่ายประเมินว่าจะมีเงินทุนไหลเข้า

 

เก็งกำไรค่าเงินกันสนั่นเมือง

ทว่า ในความเป็นจริงนั้น ธนาคารพาณิชย์ทั้งไทยและเทศต่างมีการประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปีของไทยอาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.75% ซึ่งสูงกว่าระดับ 3.50% ที่มีการประเมินในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

สาเหตุเพราะเงินเฟ้อพื้นฐานปรับตัวใกล้ช่วงเป้าหมายของ ธปท. ที่ระดับ 0.5-3.0% ขณะที่ ธปท. เหลือการประชุมเพื่อตัดสินใจทางนโยบายอีก 4 ครั้งในปีนี้

ฝ่ายวิจัยและสายบริหารการเงินธนาคารกรุงเทพจึงประเมินว่า ในระยะที่ผ่านมานั้นมีแรงซื้อจากทั้งธนาคารพาณิชย์ไทยและต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรอย่างหนัก จนทำให้ราคา Swap Point ที่เสมือนเป็นตัวสะท้อนต้นทุนค่าธรรมเนียมในการซื้อป้องกันความเสี่ยงของค่าเงินเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งออกมา ทำให้นักลงทุนต่างประเทศเกิดความมั่นใจในการนำเงินเข้ามาลงทุนตลาดตราสารหนี้และตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ การที่แนวโน้มของนโยบายอัตราดอกเบี้ยในประเทศชัดเจนว่าจะใช้ดอกเบี้ยมาดับความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อได้ส่งผลให้ราคา Swap เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะสัญญาสวอปตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 1 ปี

ทางด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทหลังการเลือกตั้ง ปรากฏว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้วประมาณ 1% จากสิ้นเดือน มิ.ย. ที่อยู่ในระดับ 30.75/30.76 บาท/เหรียญสหรัฐ มายืนในระดับ 30.05/ 30.10 บาท/เหรียญสหรัฐ

สาเหตุที่ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาจากการที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรและตลาดหลักทรัพย์ไทย

โดยในสัปดาห์แรกของเดือนนี้ ปรากฏว่านักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อพันธบัตรสุทธิถึง 3.7 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องทั้ง 5 วันทำการ โดยมียอดซื้อสุทธิรวม 55,100 ล้านบาท โดยเกือบ 80% จะเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นต่ำกว่า 1 ปี

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติได้เข้าลงทุนซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ร่วม 1.4 หมื่นล้านบาท จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนการแข็งค่าของค่าเงินบาท

การทะลักเข้ามาของเงินทุนเหล่านั้นทำให้ตลาดการเงินค่อนข้างคึกคัก โดยยอดคงค้างในตลาดกู้ยืมระหว่างธนาคารในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 297,325 ล้านบาท

ประเภทโอเวอร์ไนต์ O/N อยู่ที่ 69,345 ล้านบาท ประเภท T/N อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ประเภท At Call อยู่ที่ 91,190 ล้านบาท ประเภท Term อยู่ที่ 118,790 ล้านบาท

หากแบ่งตามระยะเวลาดังนี้ ต่ำกว่า 1 เดือน อยู่ที่ 55,715 ล้านบาท

1 เดือน อยู่ที่ 42,330 ล้านบาท 2 เดือน อยู่ที่ 6,945 ล้านบาท 3 เดือนอยู่ที่ 10,900 ล้านบาท มากกว่า 3 เดือน อยู่ที่ 2,900 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาร่วม 1% จากก่อนหน้าการเลือกตั้งอยู่ที่ระดับ 30.70-30.80 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่ถึงขณะนี้เงินบาทอยู่ที่ 30.08-30.16 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยทิศทางเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าอีก

ถึงตอนนี้นักค้าเงินต่างคาดการณ์ว่า เงินบาทอาจแข็งค่าไปถึง 29.95-30.20 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายในสิ้นปีนี้เงินบาทจะแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 29 บาท/เหรียญสหรัฐ

ปรากฏการณ์เช่นนี้ได้ทำกำไรให้กับธนาคารพาณิชย์และบรรดานักลงทุนต่างชาติไปไม่น้อย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท