
แบงก์ออฟไชน่าขยับสั่งกวาดลูกค้าไทยจีน
“แบงก์ออฟไชน่า” สั่งลุยธุรกิจครบวงจร ทั้งบัตรเครดิต อินเทอร์เน็ต แบงกิง เวลธ์ เมเนจเมนต์ หวังรุกธุรกิจรายย่อยเต็มตัว
“แบงก์ออฟไชน่า” สั่งลุยธุรกิจครบวงจร ทั้งบัตรเครดิต อินเทอร์เน็ต แบงกิง เวลธ์ เมเนจเมนต์ หวังรุกธุรกิจรายย่อยเต็มตัว
นายเซอ จุน ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแบงก์ ออฟ ไชน่า สาขากรุงเทพฯ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตเพื่อเปิดให้บริการธุรกิจรายย่อย เช่น บัตรเครดิต บริการอินเทอร์เน็ต แบงกิงและบริการธนบดีธนกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ไทยจีน ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ธนาคารยังอยู่ระหว่างเตรียมการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอีก 2 สาขา ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้
“เราเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจ ไทย ทำให้เรามีแผนขยายธุรกิจให้มีความหลากหลายและสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่ ธปท.เอง ก็อยากให้เราทำ เพราะที่ผ่านมาเราค่อนข้างเงียบในตลาด” นายเซอ กล่าว
ล่าสุดแบงก์ ออฟ ไชน่า ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ บัตรเดบิต “เกรท วอล” ที่ให้บริการเบิกถอนเงินสดได้ 2 สกุล คือ สกุลเงินบาทและหยวน รวมถึงสามารถถอนเงินสดได้สูงสุดวันละ 1 แสนบาท หรือ 2 หมื่นหยวน ผ่านทางสาขาธนาคารแห่งประเทศจีนทั่วโลกและตู้เอทีเอ็มที่มีเครื่องหมาย Union Pay โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมและไม่จำกัดวงเงินขั้นต่ำ โดยตั้งเป้าขยายฐานจากลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจ นักเรียน นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปมาระหว่าง ไทยจีน ไว้ที่ 3-4 หมื่นใบ
“จากสถิติของผู้ถือบัตรวีซ่าที่เดินทางไปมาระหว่างไทยจีน มีอยู่ถึง 3-5 แสนคน หากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวหันมาใช้บัตรเดบิตของเราจะได้รับประโยชน์ในเรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของ 2 สกุล” นายเซอ กล่าว
นายเซอ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ธนาคารเลือกเปิดให้บริการบัตรเดบิต เพราะตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มฐานบัญชีเงินฝากของธนาคารที่ยังต่ำกว่า 1 แสนบัญชีได้
ณ วันที่ 31 พ.ค. พบว่า ธนาคารแบงก์ ออฟ ไชน่า สาขากรุงเทพฯ มีสินทรัพย์รวม 7,900 ล้านบาท มีเงินรับฝาก 3,490 ล้านบาท เงินให้สินเชื่อ 3,990 ล้านบาท







