posttoday
เตือนโหมลงทุนพลังงานทดแทนวัตถุดิบส่อขาดแคลน

เตือนโหมลงทุนพลังงานทดแทนวัตถุดิบส่อขาดแคลน

14 กรกฎาคม 2554

ในช่วง 12 ปืที่ผ่านมา โครงการลงทุนด้านพลังงานทดแทน

ในช่วง 12 ปืที่ผ่านมา โครงการลงทุนด้านพลังงานทดแทน

ถูกจัดเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ

สาเหตุหนึ่งนอกจากเป็นไปตามแนวโน้มทั่วโลกที่ต้องการพึ่งพาพลังงานทดแทนแล้ว ยังเป็นการรองรับแผนส่งเสริมพลังงานทดแทน 15 ปี (2551-2565 ) ของกระทรวงพลังงานด้วย

ในช่วงที่บีโอไอได้ประกาศนโยบายปีแห่งการลงทุนเมื่อปี 2551-2552 ส่งผลให้มีผู้ประกอบการสนใจยื่นโครงการลงทุนพลังงานทดแทนในปี 2552 จำนวน 286 โครงการ มูลค่า 1.96 แสนล้านบาท ถือเป็นวงเงินลงทุนที่สูงเมื่อเทียบกับปีถัดมา โดยในปี 2553 มีผู้สนใจยื่นขอบีโอไอจำนวน89 โครงการ มูลค่าลงทุน 4.24 หมื่นล้านบาท และในช่วงเดือน ม.ค.พ.ค. 2554 มีโครงการยื่นเข้ามา 34 โครงการ มูลค่าลงทุน 1.63 หมื่นล้านบาท

หิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน บีโอไอ กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนด้านพลังงานทดแทนยังมีทิศทางที่ขยายตัวได้ดี และภาครัฐก็พร้อมที่จะสนับสนุน ทำให้มีการขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมประเภทนี้ออกไปจนถึงปี 2555 จากเดิมที่สิ้นสุดเมื่อปี 2552

เตือนโหมลงทุนพลังงานทดแทนวัตถุดิบส่อขาดแคลน

 

ที่ผ่านมาบีโอไอทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานมาโดยตลอด ในการพิจารณาสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนด้านพลังงานทดแทน หากนับตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน มีตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 409 โครงการ มูลค่าลงทุน 2.55 แสนล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ มีโครงการที่ยื่นเข้าจำนวน 172 ราย กำลังการผลิต 838 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 1.02 แสนล้านบาท รองลงมาเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 144 โครงการ กำลังการผลิต 1,491 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 7.3 หมื่นล้านบาท

หากพิจารณาตัวเลขการลงทุนพลังงานทดแทนหลังปี 2552 เป็นต้นมา ไม่หวือหวาถึงหลักแสนล้านบาท เนื่องจากมีการยื่นขอบีโอไอไปก่อนหน้านี้จำนวนมาก ระหว่างนี้จะต้องติดตามว่า โครงการที่ได้ยื่นขอบีโอไอมีความคืบหน้าแค่ไหน แม้จะมีโครงยื่นเข้ามามาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการจะถูกอนุมัติ

ปัจจุบันปัญหาที่บีโอไอพบในการพิจารณาโครงการนั้น ในกลุ่มของโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ต้องใช้วัตถุดิบประเภท แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ ที่ยังมีปัญหาในเรื่องวัตถุดิบที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นเจ้าของโครงการจะต้องมีแหล่งวัตถุดิบที่ชัดเจน หรือมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ใช่ใช้วิธีตัดต้นไม้มาทำเป็นเชื้อเพลิง ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ ประเด็นเหล่านี้จะใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการด้วย

ขณะเดียวกันจะต้องมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) ที่ทำไว้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อยืนยันว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จะป้อนเข้าระบบในจำนวนเท่าไหร่ เพราะหลายโครงการที่ยื่นบีโอไอยังขาดคุณสมบัติเหล่านี้

สำหรับโครงการลงทุนโรงงานเอทานอล ก่อนหน้านี้ได้รับความสนใจจากภาคเอกชน เนื่องจากกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ จากสถิติมีโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอไปทั้งหมด 40 โครงการ มีกำลังการผลิตปีละ 3,444 ล้านลิตร หรือวันละ 10.6 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันมีการผลิตเอทานอลจริงตามความต้องการเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงแค่วันละ 1.16 ล้านลิตรเท่านั้น เนื่องจากปริมาณการใช้ยังไม่มีการขยายตัวเท่าที่ควร ส่งผลให้ 1 ปีที่ผ่านมาไม่มีโครงการเอทานอลยื่นขอบีโอไอเพิ่ม

หิรัญญา กล่าวด้วยว่า ได้หารือกับกระทรวงพลังงานหลายครั้งถึงเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคในการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ คือ ความพร้อมของเจ้าของโครงการ ตั้งแต่เรื่องวัตถุดิบ พื้นที่ และเทคโนโลยี อย่างกรณีของวัตถุดิบ แยกเป็น 2 ประเภท คือ พืชพลังงานที่ใช้ในการผลิตเอทานอลและไบโอดีเซล (บี100) ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ควรจะมีเจ้าภาพในการบริหารจัดการเรื่องพื้นที่เพาะปลูกที่ชัดเจนกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลน หรือการแย่งโควตาในส่วนที่นำไปบริโภค เพราะหลายโครงการที่ยื่นบีโอไอแต่ก็ยังไม่มีการเดินเครื่องการผลิต

อีกประเภท คือ วัตถุดิบที่ใช้กับโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้งหลาย ซึ่งกระทรวงพลังงานก็ต้องพิจารณาว่าโรงไฟฟ้าบางประเภทควรจะมีการทบทวนหยุดการส่งเสริมหรือไม่ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องวัตถุดิบมากขึ้น

อย่างไรก็ดี โครงการลงทุนประเภทโรงไฟฟ้าในระยะยาวยังคงเดินหน้าส่งเสริมไปตามแผนพลังงานทดแทน 15 ปี เพราะยังมีเอกชนให้ความสนใจ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนไทย 8090% ส่วนต่างชาติอาจจะเป็นลักษณะร่วมทุน โรงไฟฟ้าที่ยังมีโอกาสการลงทุนได้ดี เช่น ลม ขยะ และก๊าซชีวภาพ ในขณะที่แสงอาทิตย์ มีโครงการยื่นเข้ามามากแล้ว แต่ก็มีคำถามตามมาในเรื่องส่วนต่างราคารับซื้อ (แอดเดอร์) ที่กระทรวงพลังงานได้ปรับลดลงเหลือ 6.50 บาท/หน่วย จากก่อนหน้านี้ 8.50 บาท/หน่วย อาจทำให้มีการชะลอในส่วนของโครงการใหม่ โดยกระทรวงพลังงานให้เหตุผลว่า เทคโนโลยีของพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีการพัฒนามากขึ้นและทำให้ต้นทุนถูกลงไปด้วยในอนาคต

กระนั้น แม้บีโอไอจะจัดให้กิจการพลังงานทดแทนเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุน แต่ก็ต้องประเมินสถานการณ์และความพร้อมของผู้ลงทุนควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการละทิ้งโครงการ หรืออุปสรรคต่อการลงทุน จนส่งผลกระทบต่อแผนพลังงานทดแทน 15 ปี

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ