
หุ้นโรงแรมทะยานรับการเมืองสงบ
คนเที่ยวทะลักยอดเข้าพักพุ่งเอราวัณพลิกกำไรเซ็นทรัลยิ้ม
คนเที่ยวทะลักยอดเข้าพักพุ่งเอราวัณพลิกกำไรเซ็นทรัลยิ้ม
หุ้นโรงแรมรับอานิสงส์การเมืองมีเสถียรภาพ นักท่องเที่ยวพุ่ง หนุนกำไรโตกระฉูด
นางกมลวรรณ วิปุลากร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงแรมในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้นแน่นอน หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมืองและการเลือกตั้งที่ผ่านไปอย่างเรียบร้อย และคาดว่าในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 30%
สำหรับผลการดำเนินงานของ ERW จะมีรายได้ปีนี้ประมาณ 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 30% ซึ่งเป็นผลจากอัตราเข้าพักของโรงแรมในเครือ 13 แห่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 71% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีอัตราเข้าพักเพียง 58% หรือเพิ่มขึ้น 13% นอกจากนี้บริษัทยังทยอยปรับขึ้นค่าห้องพักอีกประมาณ 35% เพื่อสะท้อนค่าการตลาดและต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะหนุนผลประกอบการโดยรวมเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้
“ปีนี้เราจะพลิกกลับมามีกำไรแน่นอน นอกจากมีกำไรจากการดำเนินงานปกติแล้ว ยังมีบันทึกกำไรพิเศษจากการขายอาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์ประมาณ 600 ล้านบาท ทำให้เชื่อว่าบริษัทจะมีกำไรและกลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้ง หลังจากขาดทุนมา 2 ปีติด”
ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 9.7 ล้านคน ทำให้อัตราการเข้าพักของบริษัทสูงขึ้นมาก
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายการเงินบัญชีและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา (CENTEL) เปิดเผยว่า มั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 1.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจอาหาร 6,000 ล้านบาท ธุรกิจโรงแรม 5,000 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าจะไม่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้จะอยู่ในช่วงของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็ตาม
ด้านแนวโน้มรายได้และกำไรไตรมาส 2 ปี 2554 จะดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน เห็นได้จากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 55-60% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2553 ที่ 48% รวมทั้งได้ปรับเพิ่มราคาห้องพักขึ้นมาอีกประมาณ 10% อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2554 รายได้และกำไรอาจต่ำกว่า เพราะไตรมาส 2 เป็นช่วงโลว์ซีซัน
บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่า การท่องเที่ยวในครึ่งหลังปี 2554 ยังขยายตัวได้ดีจากการเมืองที่สงบลงและนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง เช่น รัสเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นจึงเลือกบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม ให้ราคาเป้าหมาย 15.75 บาท







