posttoday
ภัทรียาเชื่อหุ้นดิ่งไม่แรง26ก.พ.

ภัทรียาเชื่อหุ้นดิ่งไม่แรง26ก.พ.

12 กุมภาพันธ์ 2553

ตลาดไม่ต้องหยุดพักซื้อขาย

นักลงทุนระวังตัวพร้อมแล้วโพสต์ทูเดย์ — “ภัทรียา” มั่นใจ 26 ก.พ. วันตัดสินคดียึดทรัพย์ หุ้นดิ่งไม่ถึง 10% เซอร์กิตเบรกเกอร์ไม่ได้ใช้ นักลงทุนปรับตัวแล้ว

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งศาลจะอ่านคำตัดสินคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนมาก แต่ก็คงไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้มาตรการหยุดพักการซื้อขายหุ้นชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) เนื่องจากนักลงทุนมีการปรับตัวและการลงทุนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เกณฑ์ของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดพักการซื้อขายชั่วคราวนาน 30 นาที กรณีดัชนีหุ้นปรับตัวลงแรงถึง 10% แรกภายในวันเดียวกัน และหากลงถึง 20% ก็จะหยุดพักยาวขึ้นอีก 1 ชั่วโมง

กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักหลักทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วงนี้นักลงทุนได้ระมัดระวังการลงทุน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เบาบางลง เหลือเฉลี่ยวันละ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากเดือนก่อนเฉลี่ยที่ 1.8 หมื่นล้านบาทต่อวัน

สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากขึ้น แต่ก็เชื่อว่านักลงทุนได้ติดตามข้อมูลและรอประเมินสถานการณ์ก่อนถึงวันตัดสินคดีอย่างใกล้ชิดและปรับตัวให้ทันต่อข่าวสารที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เริ่มเห็นนักลงทุนชะลอการลงทุนแล้ว

“หากเกิดอะไรขึ้นจริง มั่นใจว่าตลาดหลักทรัพย์ก็มีเครื่องมือหรือมาตรการการเตือนที่พร้อมอยู่แล้ว” นางภัทรียา กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องพิจารณาข่าวสารให้รอบด้านด้วย เพราะประเด็นการเมืองเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ขณะที่ผ่านมายังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงด้วย ไม่ว่าจะเป็นความกังวลของธนาคารพาณิชย์และเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในยุโรป

นอกจากนี้ อาจสังเกตเห็นได้ว่าการปรับตัวลงของตลาดหุ้นที่ผ่านมามีการปรับลงเป็นช่วงๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าช่วงไหนถูกกระทบจากข่าวหรือเหตุการณ์ใดเป็นหลัก และนับจากต้นปีมาต่างชาติได้ขายสุทธิแล้ว 9,400 ล้านบาท จากปีก่อนมียอดซื้อสุทธิ 5.6 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวขึ้นทุกตลาด และตลาดหุ้นไทยก็ดีดขึ้นแรง ปิดที่ 695.41 จุด บวก 7 จุด หรือ 1.02% มูลค่าซื้อขายกระเตื้องขึ้น 13,827.28 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ 260 ล้านบาท รายย่อยทิ้ง 575 ล้านบาท โดยสถาบันช้อน 852 ล้านบาท

นายสิงห์ ตังทัตสวัสดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวในฐานะอดีตกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนที่ 7 ว่า ผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่จะต้องมีหลักธรรมาภิบาล (ซีจี) ที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความสุจริตและน่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุน

นอกจากนั้น ควรมีความเป็นอิสระและไม่อ้างอิงกับการเมือง แต่จะอิสระในลักษณะไหนต้องขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในการแต่งตั้ง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี