posttoday
บสก.ถล่มบ้านมือสองไร้ดอก15เดือน

บสก.ถล่มบ้านมือสองไร้ดอก15เดือน

14 กรกฎาคม 2554

จับมือ3แบงก์ให้กู้ดอกเบี้ย0% แบบคงที่คิด3.45%นาน3ปี

จับมือ3แบงก์ให้กู้ดอกเบี้ย0% แบบคงที่คิด3.45%นาน3ปี

บสก.เขย่าตลาดบ้านมือสอง จับมือ 3 ธนาคาร ถล่มออมสิน ทหารไทย กรุงศรีฯ เสนอดอกเบี้ยพิเศษปล่อยกู้ซื้อบ้านมือสอง 0% นานสูงสุด 15 เดือน หรือดอกเบี้ย 3.45% คงที่ 36 เดือน

นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เปิดเผยว่า บสก.ได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อกระตุ้นการขายบ้านมือสองของ บสก. โดยออกโปรโมชันให้ลูกค้าซื้อสินทรัพย์ของ บสก. สามารถที่จะกู้เงินดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมให้กู้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน และยังยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ด้วย

สำหรับความร่วมมือกับธนาคารทหารไทย จะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0% นาน 15 เดือน โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 13 ของ 5 ปีแรก 0% รวมเป็น 15 เดือน พร้อมทั้งฟรีค่าธรรมเนียมการสำรวจหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนินการขอสินเชื่อ และค่าทะเบียนจำนอง ค่าประกันอัคคีภัย

ทางด้านธนาคารออมสินได้เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยแบบที่ 1 อัตราดอกเบี้ยปีแรก 1.25% ปีที่สอง อัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีรายใหญ่ (เอ็มแอลอาร์) ลบ 2 ปีที่สาม คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 0.5% (ปัจจุบันเอ็มแอลอาร์อยู่ที่ 6.25%)

แบบที่สอง คิดอัตราดอกเบี้ย 3.45% นาน 36 เดือน หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 0.5% และในเร็วๆ นี้จะเซ็นสัญญาบันทึกข้อตกกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาและบริษัทรับสร้างบ้านซีคอน ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินทรัพย์จาก บสก. และส่วนลดการใช้บริการรับสร้างบ้านจากบริษัทในเครือซีคอน

นายสุเมธ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มบ้านมือสองจะมีความคึกคักมากขึ้น เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลชุดใหม่ เช่น สนับสนุนอัตราดอกเบี้ยซื้อบ้านหลังแรก 0% ในช่วง 5 ปี และการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับบ้านหลังแรก ประกอบกับแนวโน้มอัตราค่าก่อสร้างบ้านใหม่จะมีการปรับราคาสูงขึ้น

“เชื่อว่าราคาบ้านใหม่ที่สูงขึ้น จะทำให้ความต้องการบ้านมือสองของประชาชนมีมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลที่ดี” นายสุเมธ กล่าว

ทั้งนี้ บสก.ตั้งเป้าหมายปี 2554 จะมีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 2,862 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการในครึ่งปีแรก บสก. มีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และจำหน่ายสินทรัพย์รวม 7,499 ล้านบาท คิดเป็น 124.98% ของเป้าหมาย ที่จำนวน 6,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,751 ล้านบาท โดยปัจจุบัน บสก. มีเอ็นพีแอลอยู่ในความดูแลทั้งสิ้น 4.47 หมื่นราย คิดเป็นมูลค่า 2.36 แสนล้านบาท ขณะที่มีเอ็นพีเอจำนวน 14,209 รายการ คิดเป็นมูลค่า 3.67 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล