
คนรุ่นใหม่กับตรุษจีนปีขาลยังสืบสานเทศกาล...แต่เลี่ยงสวมเสื้อแดง
โดยทั่วไปแล้ว ประเทศต่างๆ จะมีการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่กันในวันที่ 1 ม.ค. ซึ่งถือเป็นวันปีใหม่สากล แต่สำหรับประเทศที่มีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่นั้น จะมีการเฉลิมฉลองวาระการขึ้นปีใหม่ของชนชาติจีน หรือผู้มีเชื้อสายจีนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเทศกาลนั่นก็คือ เทศกาลตรุษจีน และเนื่องจากวันตรุษจีน ไม่มีการกำหนดวันที่ตายตัว แต่จะนับวันและเดือนตามปฏิทินของชาวจีน ทำให้วันตรุษจีนมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ไปในแต่ละปี ในปีนี้วันตรุษจีนบังเอิญตรงกับวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันแห่งความรักอีกด้วย
บริษัท ทีเอ็นเอส รีเสิร์ช อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้นำระดับโลกในด้านการวิจัยและข้อมูลการตลาด ได้ทำการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจของคนรุ่นใหม่ถึงเรื่องการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนอันจัดได้ว่าเป็นประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดประเพณีหนึ่ง โดยทำการสำรวจในกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงทั่วประเทศจำนวน 300 คน ระหว่างวันที่ 25 ม.ค.
–8 ก.พ. 2553 ผลการสำรวจพบว่า 65% ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นกลุ่มตัวอย่างเชื้อสายไทย ในขณะที่ 30% เป็นกลุ่มตัวอย่างชาวไทยเชื้อสายจีน และอีก 5% เป็นกลุ่มตัวอย่างชาวไทยมุสลิมเมื่อถามถึงความชื่นชอบที่มีต่อเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลวาเลนไทน์นั้น 37% ของกลุ่มตัวอย่างมีความชอบทั้งสองเทศกาล โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างในสัดส่วนเดียวกัน (37%) ที่ชอบเทศกาลตรุษจีนมากกว่า และมีกลุ่มตัวอย่างอีกส่วนหนี่ง ที่ชอบเทศกาลวาเลนไทน์มากกว่า (14%) ในขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ชื่นชอบเทศกาลใดเทศกาลหนึ่งเป็นพิเศษ (12%)
อั่งเปา หรือซองแดงที่บรรจุเงิน ซึ่งผู้ใหญ่จะมอบให้ลูกหลานเป็นของขวัญ ดูจะกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างส่วนมากทั้งที่มีเชื้อสายจีนและไม่มีเชื้อสายจีน (79%) จะนึกถึงอั่งเปาเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ตามด้วยการทำอาหารเพื่อการไหว้ โดยแบ่งเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ (74%) และการไหว้เทพเจ้า (64%) รวมถึงการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีแดงในวันตรุษจีน (71%) ซึ่งเสื้อผ้าสีแดงดังกล่าวนี้ ตามธรรมเนียมแล้วจะต้องเป็นเสื้อผ้าใหม่และสวมใส่ในวันเที่ยวหรือวันรุ่งขึ้นจากวันไหว้ด้วย เพื่อให้เป็นมงคลและนำโชคลาภมาสู่ผู้สวมใส่
อนึ่ง สองในสามของกลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจว่า การมอบอั่งเปานั้นบุตรหลานสามารถมอบให้แก่บิดามารดาได้ และการมอบอั่งเปาให้แก่ญาติที่อายุน้อยกว่านั้น จะต้องเป็นญาติที่ยังโสดเท่านั้น
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังทราบอีกด้วยว่า วันที่ไหว้เจ้าและไหว้บรรพบุรุษนั้น เป็นวันที่ลูกหลานควรอยู่กับครอบครัว รวมทั้งการไปเยี่ยมเคารพญาติผู้ใหญ่ในวันรุ่งขึ้น (62% และ 61% ตามลำดับ) แต่ในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน เช่น การมอบส้มให้แก่ญาติผู้ใหญ่นั้น มีกลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งที่ทราบว่าเป็นการทำเพื่ออวยพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดปี อีกทั้งมีเพียง 35% ของกลุ่มตัวอย่างที่ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดในด้านอาหารที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า ซึ่งจะประกอบด้วยโหงวแซ (อาหารคาว 5 อย่าง ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ กุ้ง ปลาหรือปลาหมึก) หรือซาแซ (อาหารคาว 3 อย่าง ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่) พร้อมด้วยโหงวก้วย (ผลไม้ 5 อย่าง) หรือซาก้วย (ผลไม้ 3 อย่าง)
สำหรับในกลุ่มตัวอย่าง ที่ทราบถึงกิจกรรมต่างๆ ช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น ส่วนใหญ่กล่าวว่าตนจะจัดเตรียมอาหารไหว้ อันประกอบด้วยโหงวแซหรือซาแซพร้อมด้วยโหงวก้วย (62%) แต่มีกลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งที่กล่าวว่าจะนำส้มไปมอบให้แก่ญาติผู้ใหญ่เพื่อเป็นการอวยพรให้เจริญรุ่งเรืองตลอดปีใหม่ (49%) จะทำอาหารเซ่นไหว้บรรพบุรุษ (45%) หรือทำอาหารไหว้เทพเจ้า (43%) รวมทั้งการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงในวันตรุษจีน (45%)
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงในวันตรุษจีน ตามปกติเราจะเห็นสวมใส่กันโดยทั่วไปแต่การที่กลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่ง กล่าวว่า จะยังสวมเสื้อผ้าสีแดงในวันตรุษจีนปีนี้ อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องของการแบ่งสีเสื้อทางการเมืองก็เป็นได้
เมื่อถามถึงการสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของเชื้อชาติต่างๆ กลุ่มตัวอย่างส่วนมาก (85%) มีความเห็นว่าควรสืบสานประเพณีต่างๆ ต่อไป โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เห็นว่าควรสืบสานในทุกรายละเอียดของประเพณีเพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเชื้อชาติตน และกลุ่มตัวอย่างที่เห็นว่าควรสืบสานประเพณี แต่อาจมีการดัดแปลงรายละเอียด เพื่อความสะดวกสำหรับการดำเนินชีวิตในปัจจุบันในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน (43% และ 42% ตามลำดับ)
ผู้ประกอบการสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยส่งเสริมการสานต่อกิจกรรมและประเพณีต่างๆ ของชาวไทย ไม่ว่าจะเชื้อสายใดก็ตามได้ โดยนอกเหนือจากให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญหรือความหมายของแต่ละกิจกรรม ควบคู่ไปกับการจำหน่ายสินค้าที่ต้องใช้ในแต่ละเทศกาล พร้อมให้บริการประเภท OneStop Shop ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ทำอยู่แล้วนั้น ก็อาจจัดโปรโมชันสำหรับสินค้าที่ต้องใช้ในเทศกาล หรือริเริ่มจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อเทศกาลอื่นๆ นอกเหนือจากตรุษจีน เพื่อกระตุ้นการรับรู้และการสานต่อขนบธรรมเนียมประเพณีในเรื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน







