
สนข.ชงครม.ปรับเส้นทางรถเมล์
คมนาคมเตรียมสรุปโครงข่ายเส้นทางเดินรถเมล์รถร่วมฯ ขสมก.ในเดือนนี้ ย้ำ 155 เส้นทาง ใช้รถทั้งระบบ 7,700 คัน
คมนาคมเตรียมสรุปโครงข่ายเส้นทางเดินรถเมล์รถร่วมฯ ขสมก.ในเดือนนี้ ย้ำ 155 เส้นทาง ใช้รถทั้งระบบ 7,700 คัน
นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบขนส่งมวลชน และการปฏิรูปองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สรุปว่า ภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถรวบรวมข้อมูลการเชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางเดินรถเมล์และรถร่วมบริการ ขสมก. เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
ทั้งนี้ ตามแผนจะต้องเดินรถทั้งหมด 155 เส้นทาง โดยมีรถร้อนและรถปรับอากาศทั้งสิ้น 7,700 คัน
“ขสมก.จะต้องปรับเส้นทางเดินรถจากปัจจุบันมีทั้งสิ้น 209 เส้นทาง เหลือเพียง 155 เส้นทาง โดยแบ่งให้รถ ขสมก.และรถร่วมฯ ขสมก.ให้บริการในเส้นทางแต่ละเส้นตามสัญญาจ้างที่มีอยู่ ซึ่งการให้สัมปทานต่อไปอาจปรับเป็นการคิดตามกิโลเมตรที่วิ่ง เป็นค่าตอบแทนให้เอกชนเพื่อป้องกันการเลือกเส้นทางให้บริการ” นายศรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าเส้นทางเดินรถใหม่จะช่วยให้ประชาชนสามารถใช้เวลาเดินทางน้อยลง จากตัวเลขปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาเดินทางต่อคนต่อวันเฉลี่ยที่ 175 นาที หากลดเส้นทางเหลือ 155 เส้นทางจะช่วยให้ใช้เวลาเดินทางเพียง 106 นาที/คน/วัน น้อยกว่าเดิม 1 ชั่วโมง
แผนดังกล่าวต้องมีการคำนวณว่าจะต้องนำรถมาจากส่วนไหนเป็นจำนวนเท่าไรบ้าง โดยทางขสมก.จะต้องทำการแจกแจงว่าจะใช้รถขสมก.เองเท่าไร รถร่วมเท่าไร จำนวนรถขสมก.ที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ ต้องมีการปรับเปลี่ยนรถเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด โดยจะต้องมารายงานให้ที่ประชุมรับทราบอีกครั้งในเดือนก.ค.นี้” นายศรศักดิ์ กล่าว
ปัจจุบันรถร่วมฯ ขสมก. มีอยู่ถึง 3,700-3,900 คัน ทั้งรถร้อนและรถปรับอากาศ ดังนั้น สนข. และ ขสมก. จะต้องพิจารณาว่ามีเส้นทางใดที่ ขสมก. ควรคงรถร้อนไว้ และเส้นทางใดควรใช้รถปรับอากาศ โดย ดูความต้องการประชาชนเป็นหลัก
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมีการหารือประเด็นที่สนข.จะต้องสรุปหลักๆ คือ การปรับปรุงเส้นทางเดินรถ การจัดสรรรถบรรจุใน155 เส้นทาง ว่า รถจำนวน 7,700 คันแบ่งเป็นรถขสมก.จำนวน 4,000 และรถร่วมขสมก .3,700 ในส่วนของรถร่วมมีรถร้อนและรถแอร์จำนวนเท่าไร นอกจากนี้ ในการทำสัญญาจ้างคุณภาพนั้นขสมก.จะต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นการเดินรถตามจำนวนกม.ที่รถเมล์วิ่ง เอกชนจะได้มีมีความเหลื่อมล้ำในการเดินรถในเส้นทางที่ดีหรือเส้นทางที่ไม่ดี ลดการเกี่ยงหรือแย่งชิงเส้นทาง เรื่องการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทั้งจีพีเอส ตั๋วต่อ ซึ่งแต่ละวันผู้โดยสารจะมีการต่อรถมากขึ้น เพราะระบบเดินรถจะเป็นระบบเดินรถระยะสั้น
นอกจากนี้ จำเป็นต้องเดินทางด้วยรถระยะสั้นมากขึ้นจำเป็นต้องใช้ตั๋วต่อรถในการเดินทางแต่ละเส้นทาง ก่อนที่จะมีการนำตั๋วร่วมมาใช้ต่อไป รวมทั้งจะต้องสรุปเรื่องการปรับโครงสร้าง ขสมก.ใหม่ โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน คือ หน่วยบริหารสัญญาจ้างเดินรถแบบสัญญาจ้างคุณภาพ และหน่วยเดินรถของ ขสมก.
“ในอนาคต ขสมก.จะต้องปรับลดอัตรากำลังคนจาก 4.3 คน/คัน เป็น 2.5 คน/คัน โดยเดินหน้าตามโครงการเกษียณอายุก่อนอายุ 60 ปี และมาตรการอื่นๆ” แหล่งข่าวเปิดเผย







