
ไฟเขียวสัญญากสทฯ-ทรู
อัยการเคาะไม่เข้าพรบ.ร่วมทุนไอซีทียื้อส่งกฤษฎีกาตีความต่อ
อัยการเคาะไม่เข้าพรบ.ร่วมทุนไอซีทียื้อส่งกฤษฎีกาตีความต่อ
กสทฯทรู ยิ้มร่า อัยการสูงสุดชี้บริการ 3จี ไม่ผิดกฎหมายร่วมทุน
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือจากทางสำนักอัยการสูงสุดแล้วว่า การทำสัญญาให้บริการ 3จี เอชเอสพีเอ ระหว่าง กสท โทรคมนาคม และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่เข้าข่ายผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน และไม่ขัดต่อประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เรื่องการขายส่งขายต่อบริการและสัญญาเช่าอุปกรณ์โทรคมนาคม
ทั้งนี้ ต้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เห็นชอบว่าสัญญาเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งอัยการสูงสุดเห็นว่า กสทช.มีอำนาจค้านการดำเนินการตามสัญญา หากไม่เห็นชอบสามารถให้ กสทฯ นำสัญญากลับไปพิจารณาใหม่ได้
นางจีราวรรณ กล่าวว่า ตามหน้าที่ไอซีทีจะพิจารณาเรื่องงบประมาณที่ กสทฯ ใช้ในการลงทุนขยายโครงข่ายจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. รวมทั้งงบประมาณที่ กสทฯ ต้องใช้ลงทุนตลอดอายุสัญญา 14 ปีครึ่ง อีกกว่า 2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ไอซีทียังได้ส่งเรื่องการใช้งบประมาณดังกล่าวให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว แต่ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่ตอบกลับ คาดว่าจะได้คำตอบจากกระทรวงการคลังก่อน รมว.ไอซีที คนใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องต่อเนื่อง ยังคงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ รมว.ไอซีที คนปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้อัยการสูงสุดได้ตอบข้อสงสัยใน 2 ประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่ในส่วนของไอซีทียังมีคำถามอีก 23 ข้อ คือ ขั้นตอนการดำเนินการในการทำสัญญาระหว่าง กสทฯ และทรู ถูกต้องหรือไม่ เช่น การผ่านความเห็นชอบจาก สศช. ส่วนประเด็นที่ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นการผูกขาดการทำตลาดโทรคมนาคมหรือไม่ ซึ่งต้องให้ กสทช.เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ
รายงานข่าวจากกระทรวงไอซีที ระบุว่า หลังจากที่กระทรวงไอซีทีได้รับหนังสือจากอัยการสูงสุดแล้ว จะนำเรื่องเข้าหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากไอซีทีเห็นว่า กสทฯ ต้องขออนุญาตการนำเข้าอุปกรณ์เสาสัญญาณมาให้บริษัท บีเอฟเคที ในกลุ่มทรูติดตั้ง ซึ่งน่าจะเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันดำเนินงาน หากไม่ร่วมดำเนินงาน การให้บริการ 3จี รูปแบบใหม่จะไม่เกิดขึ้น
“ต้องให้กฤษฎีกาตีความให้ชัดเจน หรือไม่ก็ต้องรอให้ศาลปกครองตัดสิน นอกจากนี้ยังต้องรอให้ รมว.ไอซีที คนใหม่มาพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง รวมทั้งรอผลสรุปเรื่องการตรวจสอบสัญญาจาก ป.ป.ช.ด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย







