
ดัชนีหุ้นเช้า12ก.ค.ปิดลบ8.01 จุด
ดัชนีหุ้นภาคเช้า 12 ก.ค. ปิดที่ระดับ 1,069.23 จุด ลดลง 8.01 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,289 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นภาคเช้า 12 ก.ค. ปิดที่ระดับ 1,069.23 จุด ลดลง 8.01 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,289 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 12 ก.ค. เปิดตลาดการซื้อขายภาคเช้าดัชนีปรับตัวลดลงแรง มีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงท้ายหุ้นบริษัท ปตท.(PTT) สามารถกลับมาบวกได้ ช่วยการลดลงของตลาดหุ้น โดยดัชนีหุ้นมาปิดที่ระดับ 1,069.23 จุด ลดลง 8.01 จุด หรือ 0.74% มูลค่าการซื้อขาย 13,289 ล้านบาท
บล.ฟิลลิป ระบุถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากเรื่องปัญหาหนี้สินของยุโรปมากขึ้นเช่นเดียว กับตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกรวมถึงตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในเวลานี้ หลังวิตกลุกลามถึง อิตาลีซึ่งมีขนาดใหญ่เศรษฐกิจ ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหภาพยุโรป ส่วนภาพปัจจัยภายในเรื่องการเมืองยังทรงตัว และต้องรอความชัดเจนเรื่องการจัดทัพรัฐมนตรีตลอดจนการ ดำเนินนโยบายต่างๆ ต่อไป ท่ามกลางการจับจ้องยื่นฟ้องร้องในคดีต่างๆ ทั้งในส่วนตัว บุคคล และถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย ทำให้ภาพรวมวันนี้อาจขาดปัจจัยบวกกระตุ้นในช่วงสั้น
อย่างไรก็ตามระยะนี้จะมีการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนน่าจะช่วยประคอง การอ่อนตัวลงของตลาดได้ โดยมีกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มแรกที่จะเริ่มทยอยประกาศงบ ดังนั้นเน้นการซื้อเก็งกำไร แต่ระยะสั้นให้ลดสัดส่วนพอร์ตลงทุนเหลือ 50% ระหว่างรอดูความคืบหน้าของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะในส่วนเรื่องหนี้สินของ ทางยุโรป มองกรอบที่ระดับ แนวต้าน 1,080-1,086 แนวรับที่ระดับ 1,070-1,06
ขณะที่บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ประเมินภาพตลาดระยะสั้นเป็นลบมากขึ้นเนื่องจากที่ประชุมฉุกเฉินของกลุ่มยุโรปเมื่อคืนนี้ ไม่ได้ชี้แจงปัญหาและแนวทางฟื้นฟูหนี้สินของอิตาลี ซึ่งยิ่งทำให้นักลงทุนกังวลต่อสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอิตาลี เนื่องจากตลาดหุ้นไทยรับรู้ปัจจัยบวกภายในประเทศไปแล้ว จากเรื่องผลการเลือกตั้งและเสถียรภาพการเมือง จึงเป็นไปได้ที่ดัชนีหุ้นจะปรับฐานลงระยะหนึ่งหรือในช่วง 1 สัปดาห์นี้ เพื่อรอดูความชัดเจนเรื่องอิตาลีก่อน
การซื้อขายมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก
PTT ปิดที่ 333 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 1,291 ล้านบาท
BANPU ปิดที่ 706 บาท ลดลง 10 บาท หรือ 1.40% มูลค่าซื้อขาย 712 ล้านบาท
TOP ปิดที่ 71.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.03% มูลค่าซื้อขาย 653 ล้านบาท
PTTCH ปิดที่ 158.50 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 0.63% มูลค่าซื้อขาย 607 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 116 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.28% มูลค่าซื้อขาย 595 ล้านบาท







