
การบินไทยวอนหยุดนำการเมืองแทรกแซง
ผู้อำนวยการการบินไทย วอนอย่านำการเมืองแทรกแซงองค์กร ชี้ธุรกิจมีการแข่งขันสูง จำเป็นต้องใช้ความโปร่งใส ฝากรัฐดูแลความสงบ อย่าให้เกิดความรุนแรงอีก
ผู้อำนวยการการบินไทย วอนอย่านำการเมืองแทรกแซงองค์กร ชี้ธุรกิจมีการแข่งขันสูง จำเป็นต้องใช้ความโปร่งใส ฝากรัฐดูแลความสงบ อย่าให้เกิดความรุนแรงอีก
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย(THAI) เปิดเผยว่า ไม่อยากให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง หาประโยชน์ หรือคอร์รัปชันในการบินไทย เนื่องจากธุรกิจการบินแข่งขันสูงมากและมีส่วนต่างกำไร(มาร์จิน) ต่ำ หากถูกแทรกแซงก็จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากและคงไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่การบินไทยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจำเป็นต้องมีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลดูแลให้ประเทศสงบเรียบร้อย อย่าให้เกิดความรุนแรงอีก เพราะมีผลกระทบต่อธุรกิจการบินรุนแรงมากและจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น เนื่องจาก 70% ของผู้โดยสารการบินไทยมีเป้าหมายเดินทางมาที่ประเทศไทย ส่วนอีก 30% เดินทางไปที่อื่น ดังนั้นหากเกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศ ผู้โดยสารก็จะหายไปทันทีจำนวนมาก
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของ THAI ในระยะสั้นยังมีความผันผวน เพราะถูกกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับธุรกิจการบิน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของต้นทุนทั้งหมด นอกจากนี้ยังถูกกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นและภูเขาไฟระเบิดในยุโรป อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจการบินน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น เพราะปัจจัยลบหลายอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
"ปีนี้เราคาดว่าเป้ารายได้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาท แต่อาจถูกกระทบจากราคาน้ำมันบ้าง ซึ่งเราก็ทยอยขึ้นค่าตั๋วบางส่วนที่สามารถทำได้ ขณะที่ภายในปี 2017 เราจะมีเครื่องบินใหม่เข้ามาอีก 63 ลำ ทำให้จำนวนเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็น 105 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ เพราะปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินเก่าจำนวนมากทำให้บริหารจัดการลำบาก เนื่องจากมีค่าซ่อมบำรุงสูงและกินน้ำมันมาก"นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า การบินไทยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและเป็นรัฐวิสาหกิจทำให้ขาดความคล่องตัวและเป็นอุปสรรคในการบริหารงาน จึงอยากให้ทางการช่วยแก้กฏระเบียบต่างๆให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นเหมือนกับที่บริษัท ปตท.(PTT) บริษัท อสมท.(MCOT) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย(AOT) ทำได้ โดยกฏหมายที่ควรแก้ไข เช่น กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน และการบริหารงานบางอย่างที่ต้องขอมติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นต้น







