
บิ๊กกลุ่มชินฯรวยเละ
เฮโลขายหุ้นรับทรัพย์13ล้าน หุ้นร่วงเจอยุโรปจีนขึ้นดอก
เฮโลขายหุ้นรับทรัพย์13ล้าน หุ้นร่วงเจอยุโรปจีนขึ้นดอก
ผู้บริหารเครือชินคอร์ป กลุ่มเกี่ยวโยงพรรคเพื่อไทยอู้ฟู่ ฉวยจังหวะหุ้นพุ่ง 50 จุด ขนหุ้นมาขายรับทรัพย์อื้อซ่า
ผู้บริหารของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท ไทยคม (THCOM) ที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทย ที่ชนะขาดการเลือกตั้งได้ถือโอกาสขายหุ้นในมือ รับเงินสดรวมทั้งสิ้น 13.16 ล้านบาท ในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ดัชนีหุ้นพุ่งกระฉูด 48 จุด และหุ้นเหล่านี้ปรับตัวขึ้นแรง เช่น THCOM วันนั้นราคาขึ้นสูงสุดถึง 10.20 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 9.95 บาท และล่าสุดวันที่ 6 ก.ค. ลงมาเหลือ 9.65 บาท
นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารที่ถือหุ้นบริษัทที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ รวมถึงการมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลใหม่นำหุ้นออกมาขายด้วย เช่น นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ขายหุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) จำนวน 5 ล้านหุ้น ที่ราคาซิลลิง 4.60 บาทได้รับเงิน 23 ล้านบาท
นายพิเชษฐ วิภวศุภกร ขายหุ้นบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ (AP) จำนวน 5 แสนหุ้น ที่ราคา 5.35 บาท ได้รับเงิน 2.67 ล้านบาท และขายหุ้นอีก 8.8 แสนหุ้น ที่ราคา 5.27 บาท ได้รับเงิน 4.63 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากตลาดหุ้นไทยวิ่งแรงเกินคาดการณ์เกือบ 50จุดรับรัฐบาลใหม่ หลังจากนั้นดัชนีหุ้นก็อ่อนตัวลงต่อเนื่องโดยเฉพาะวันที่ 6 ก.ค. ร่วงหนัก 11.91 จุด หรือ 1.10% ปิดที่ระดับ 1,072.68 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาตา 36,426 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อต่อเล็กน้อย 179 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้อีก 6,917 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศทิ้งหุ้นมากถึง 3,007 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเล็กน้อยบริเวณ 30.47 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
โบรกเกอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงที่สุดในเอเชียวันที่ 6 ก.ค. ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีแรงขายเทกำไรจากการปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อมีปัจจัยลบจากปัญหาหนี้ของยุโรปมารบกวนหนักขึ้นหลังจากโปรตุเกสถูกปรับลดอันดับเครดิตเป็นขยะ และในสัปดาห์หน้าคาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนแห่ขายกอดเงินสดไว้
แนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงสั้นยังคงมีความผันผวน และมีโอกาสอ่อนตัวลงจากปัจจัยต่างประเทศ เนื่องจากปัญหาหนี้ของยุโรปและธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอีก 0.25% โดยมีผลในวันที่ 7 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้ และปรับขึ้นตามคาด ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะระดับสูงสุดระดับใหม่ที่ 6%







