posttoday
บิ๊กกลุ่มชินฯรวยเละ

บิ๊กกลุ่มชินฯรวยเละ

07 กรกฎาคม 2554

เฮโลขายหุ้นรับทรัพย์13ล้าน หุ้นร่วงเจอยุโรปจีนขึ้นดอก

เฮโลขายหุ้นรับทรัพย์13ล้าน หุ้นร่วงเจอยุโรปจีนขึ้นดอก

ผู้บริหารเครือชินคอร์ป กลุ่มเกี่ยวโยงพรรคเพื่อไทยอู้ฟู่ ฉวยจังหวะหุ้นพุ่ง 50 จุด ขนหุ้นมาขายรับทรัพย์อื้อซ่า

ผู้บริหารของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท ไทยคม (THCOM) ที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทย ที่ชนะขาดการเลือกตั้งได้ถือโอกาสขายหุ้นในมือ รับเงินสดรวมทั้งสิ้น 13.16 ล้านบาท ในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ดัชนีหุ้นพุ่งกระฉูด 48 จุด และหุ้นเหล่านี้ปรับตัวขึ้นแรง เช่น THCOM วันนั้นราคาขึ้นสูงสุดถึง 10.20 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 9.95 บาท และล่าสุดวันที่ 6 ก.ค. ลงมาเหลือ 9.65 บาท

 

บิ๊กกลุ่มชินฯรวยเละ

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารที่ถือหุ้นบริษัทที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ รวมถึงการมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลใหม่นำหุ้นออกมาขายด้วย เช่น นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ขายหุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) จำนวน 5 ล้านหุ้น ที่ราคาซิลลิง 4.60 บาทได้รับเงิน 23 ล้านบาท

นายพิเชษฐ วิภวศุภกร ขายหุ้นบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ (AP) จำนวน 5 แสนหุ้น ที่ราคา 5.35 บาท ได้รับเงิน 2.67 ล้านบาท และขายหุ้นอีก 8.8 แสนหุ้น ที่ราคา 5.27 บาท ได้รับเงิน 4.63 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากตลาดหุ้นไทยวิ่งแรงเกินคาดการณ์เกือบ 50จุดรับรัฐบาลใหม่ หลังจากนั้นดัชนีหุ้นก็อ่อนตัวลงต่อเนื่องโดยเฉพาะวันที่ 6 ก.ค. ร่วงหนัก 11.91 จุด หรือ 1.10% ปิดที่ระดับ 1,072.68 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาตา 36,426 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อต่อเล็กน้อย 179 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้อีก 6,917 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศทิ้งหุ้นมากถึง 3,007 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเล็กน้อยบริเวณ 30.47 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

โบรกเกอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงที่สุดในเอเชียวันที่ 6 ก.ค. ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีแรงขายเทกำไรจากการปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อมีปัจจัยลบจากปัญหาหนี้ของยุโรปมารบกวนหนักขึ้นหลังจากโปรตุเกสถูกปรับลดอันดับเครดิตเป็นขยะ และในสัปดาห์หน้าคาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนแห่ขายกอดเงินสดไว้

แนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงสั้นยังคงมีความผันผวน และมีโอกาสอ่อนตัวลงจากปัจจัยต่างประเทศ เนื่องจากปัญหาหนี้ของยุโรปและธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอีก 0.25% โดยมีผลในวันที่ 7 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้ และปรับขึ้นตามคาด ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะพุ่งแตะระดับสูงสุดระดับใหม่ที่ 6%

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ