
เทกระจาดลดภาษีบริษัท-บ้าน-รถ
กรมภาษีรับลูกนโยบายหาเสียงลดแลกแจกแถมพรรคเพื่อไทย ลดภาษีเงินได้นิตบุคคล คืนภาษีบ้านรถยนต์
กรมภาษีรับลูกนโยบายหาเสียงลดแลกแจกแถมพรรคเพื่อไทย ลดภาษีเงินได้นิตบุคคล คืนภาษีบ้านรถยนต์
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30 % เหลือ 23% ในปี2555 และเหลือ 20% ในปี 2556 ของพรรคเพื่อไทย สามารถทำได้ เพราะเป็นไปตามกระแสโลกที่มีการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในระดับต่ำ และจะเก็บภาษีจากการบริโภคเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรี และไม่มีการเก็บภาษีศุลกากร หากไทยเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราสูง อาจทำให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น
ปัจจุบันสิงคโปร์ และฮ่องกง เก็บต่ำกว่า 20% และส่วนใหญ่เก็บ 20-25% มีเพียงไทยและฟิลิปปินส์ เก็บ 30% แต่ไทยยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องเก็บต่ำกว่า 20% เพราะไทยมีทรัพยากรการลงทุนที่ดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่า
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ควรมองด้านเดียวว่าจะสูญเสียรายได้ เพราะเมื่อลดแล้วจะทำให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน การบริโภค เพิ่มขึ้น ทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
สำหรับการคืนภาษีบ้านหลังแรก และให้หักลดหย่อนภาษีบ้านเพิ่มขึ้น ต้องขอดูรายละเอียดจากรัฐบาลใหม่ก่อนว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร จะให้หักจำนวนเท่าไร่และรูปแบบใด
ด้าน นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต มองว่า การคืนภาษีสรรพสามิตให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก เป็นนโยบายที่น่าสนใจ แต่ในทางปฏิบัติต้องดูแลไม่ให้มีการสวมสิทธิซื้อรถยนต์คันแรกไปขายต่อ ซึ่งหากใช้จริงกระทบรายได้น้อย เพราะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก และประหยัดพลังงาน
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะจะทำให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เห็นว่าควรจะต้องจัดเก็บต่อไป เพราะเป็นเรื่องรายได้ และไม่ควรลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อไปพยุงราคาให้ถูกลง เนื่องจากทำให้ผู้บริโภคใช้น้ำมันไม่ประหยัด ดังนั้น ไม่ควรจะต่ออายุการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่จะสิ้นสุดในเดือนตุลาคมนี้







