
ติวเข้มผู้ประกอบการฟอกหนังไทยก่อนบุกตลาดจีน
จับผู้ประกอบการ SME ฟอกหนังไทย ติวเข้มหวังพัฒนาขีดความสามารถก่อนเจาะตลาดจีน หลังพบจีนนำเข้าเครื่องหนังไทยเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญต่อปี นางปรานี คุรุเวฬุกรณ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ก.ค.นี้ สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทยร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดสัมมนาเรื่อง “การเตรียมความพร้องของผู้ประกอบการไทยเพื่อเจาะตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน” เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย จ.สมุทรปราการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ให้มีความเข็มแข็งในตลาดระดับสากลอย่างยั่งยืน และเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดและสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้ประกอบการกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การทำธุรกิจและพัฒนาการค้าของสองประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงและก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยจีนเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 2 ของไทย มูลค่าถึง 1
จับผู้ประกอบการ SME ฟอกหนังไทย ติวเข้มหวังพัฒนาขีดความสามารถก่อนเจาะตลาดจีน หลังพบจีนนำเข้าเครื่องหนังไทยเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญต่อปี
นางปรานี คุรุเวฬุกรณ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ก.ค.นี้ สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทยร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดสัมมนาเรื่อง “การเตรียมความพร้องของผู้ประกอบการไทยเพื่อเจาะตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน” เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ห้องประชุม สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย จ.สมุทรปราการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ให้มีความเข็มแข็งในตลาดระดับสากลอย่างยั่งยืน และเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดและสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้ประกอบการกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การทำธุรกิจและพัฒนาการค้าของสองประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ
ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงและก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยจีนเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 2 ของไทย มูลค่าถึง 17,028 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ของไทยมูลค่าถึง 16,123 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบกับจีนมีจำนวนประชากรมากกว่า 1.31 พันล้านคน ถือเป็นตัวชี้วัดศักยภาพในการบริโภคของประชากร ขณะที่อุตสาหกรรมฟอกหนังไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,422 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 46,951 ล้านบาท ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการส่งออก เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศได้ ดังนั้นการจัดสัมมนาดังกล่าวเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้มีโอกาสเข้าไปขยายตลาดในจีน เป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ รวมถึงการจับคู่เจรจาธุรกิจและสำรวจตลาดซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการได้รับทราบความต้องการของผู้ซื้อในประเทศจีน เพื่อกลับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการนี้ นอกจากเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยนำเงินตราเข้าประเทศจากมูลค่าการส่งออกที่จะได้รับจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และทำให้ผู้ประกอบการไทยมีมุมมองทางธุรกิจที่กว้างขึ้น ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ประกอบการที่คิดว่าผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันกับจีนซึ่งไม่มีทางสู้ได้ แต่หากผู้ประกอบการไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน มีการวางตำแหน่งสินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างจากสินค้าจีน โดยเฉพาะฝีมือการผลิตที่ประณีต มีคุณภาพและการออกแบบที่สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าไทยแล้ว จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน







