
เดือนหน้าปตท.นำเข้าแอลเอ็นจี2แสนตัน
ปตท.นำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่ม210,000ตันช่วงก.ค.-ส.ค.พร้อมปรับลดหาน้ำมันเตาให้กฟผ.ใช้ผลิตไฟฟ้า
ปตท.นำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่ม210,000ตันช่วงก.ค.-ส.ค.พร้อมปรับลดหาน้ำมันเตาให้กฟผ.ใช้ผลิตไฟฟ้า
นายวิชัย พรกีรติวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.มีแผนนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเพิ่มเติมอีก 210,000 ตัน แบ่งเป็นการซื้อจากตลาดจร (Spot) เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงสำรองให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการผลิตไฟฟ้า โดยจะมีการนำเข้าช่วงกลางเดือนกรกฎาคมจำนวน 70,000 ตัน และเดือนสิงหาคมอีก 2 ครั้ง จำนวน 140,000 ตัน
ดังนั้น การเพิ่มการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีจากแผนปกติ ทำให้ปริมาณการสำรองน้ำมันเตาของ ปตท.จ่ายให้กับ กฟผ.ช่วงเดือนสิงหาคมจะลดลงจากวันละ 5 ล้านลิตรในปัจจุบัน เหลือวันละ 3 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจาก ปตท.จะส่งก๊าซแอลเอ็นจีให้ กฟผ.ใช้ผลิตไฟฟ้าจาก 160 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มเป็น 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันแทน ขณะนี้ ปตท.มีปริมาณน้ำมันเตาสำรองอยู่ 120 ล้านลิตร ทั้งนี้ ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ท่อก๊าซรั่วและไม่สามารถจ่ายก๊าซเข้าสู่ระบบได้ จึงประเมินว่าต้องใช้น้ำมันเตาถึงวันละ10 ล้านลิตรต่อวัน
อย่างไรก็ตาม แผนบริหารจัดการของ ปตท. ทั้ง การควบคุมระบบจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในโรงแยกก๊าซที่ 1 – 5 ให้เดินเครื่องร้อยละ 80 ช่วยประหยัดก๊าซฯ ไปได้ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน , การเปลี่ยนการจ่ายก๊าซธรรมชาติจากท่อประธานเส้นที่ 1 มาเป็นท่อเส้นที่ 2 และ 3 ทำให้ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ขาดไปจากระบบเพียง 290 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือ คิดเป็นปริมาณน้ำมันเตาที่ ปตท.ต้องจัดหาให้กับ กฟผ.จำนวน 7 ล้านลิตรต่อวัน โดยขณะนี้ กฟผ.มีการเรียกน้ำมันเตาเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพียง 5 ล้านตันต่อวันเท่านั้น ซึ่งทำให้ ปตท.สามารถใช้น้ำมันเตาจากสต็อกที่มีอยู่ส่งให้กับ กฟผ.ได้เพียงพอ







