posttoday
หุ้นวิ่งหาเป้า1,200จุด

หุ้นวิ่งหาเป้า1,200จุด

05 กรกฎาคม 2554

ตลาดหมดกังวลรัฐบาลแน่นปึ้กกองทุนตปท.มองสวนแนะทำกำไร

ตลาดหมดกังวลรัฐบาลแน่นปึ้กกองทุนตปท.มองสวนแนะทำกำไร

บลจ.กสิกรไทย เชื่อการเมืองนิ่ง ปัจจัยต่างประเทศเอื้อ หุ้นไทยได้เวลาวิ่งเข้าเป้าหมาย 1,200-1,300 จุด

น.ส.เพชรรัตน์ โพธิ์วัฒนะเสถียรผู้บริหารกองทุนตราสารทุน ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 48.80 จุดไปอยู่ที่ 1,090.28 จุด เป็นการสะท้อนปัจจัยด้านการเมืองไปหมดแล้ว

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังได้แรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศทั้งการปรับลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การคลายความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีนและปัญหาประเทศกรีซ ขณะที่ปัญหาในสหรัฐยังไม่จบ จึงเชื่อว่าเงินลงทุนจะเข้าในภูมิภาคเอเชีย

 

หุ้นวิ่งหาเป้า1,200จุด

หลังจากนักลงทุนคลายกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองเมื่อคะแนนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลสูงถึง 299 คน จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากพอ แต่หลังจากนี้ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร และภาคอุตสาหกรรมไหนจะได้ประโยชน์

“เมื่อเดือน มิ.ย. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยไปเกือบ 3 หมื่นล้านบาท และขณะนี้ยังกลับเข้ามาซื้อคืนได้ไม่ถึงครึ่ง และหากมองด้านมูลค่าหุ้น แต่ละค่ายยังคงเป้าหมายดัชนีไว้ที่ 1,200-1,300 จุดเช่นเดียวกับ บลจ.กสิกรไทย ที่ยังเชื่อว่าดัชนีจะมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,200 จุด ขณะที่หุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นในรอบนี้ก็มีการปรับพอร์ต โดยขายทำกำไรและซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยงลดลง” น.ส.เพชรรัตน์ กล่าว

ด้าน น.ส.ชิริน วิเศษภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SAV Management S.A. หรือ SAVM ผู้จัดการกองทุนบริหารเงินลงทุนในต่างประเทศ กล่าวว่า หุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นแรงในรอบนี้แนะนำให้นักลงทุนทำกำไร เนื่องจากปัจจุบันราคาหุ้นไทยไม่ได้ถูกและก็ไม่ได้แพงจนเกินไป แต่การที่หุ้นจะขึ้นต่อได้มีจำกัดและคงต้องขึ้นกับกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ว่า จะออกมาดีกว่าที่คาดไว้หรือไม่ จึงจะหนุนให้ดัชนีไปต่อได้ “ปีนี้หุ้นไทยเล่นยาก เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้ปีนี้การขึ้นของดัชนีคงต้องอาศัยข่าวดีๆ ที่ออกมาดันให้ตลาดไปต่อและหากกำไร บจ.ออกมาไม่ดี หุ้นก็พร้อมจะตกได้” น.ส.ชิริน กล่าว

นอกจากนี้ ปัจจัยต่างประเทศยังมีน้ำหนักต่อการลงทุนทั่วโลก แม้กรีซจะชัดเจนเรื่องแก้หนี้ โดยยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งเงินเฟ้อของจีน เพราะหากเงินเฟ้อยังสูง ดอกเบี้ยก็ต้องปรับขึ้นทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นยาก

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศถือว่ามีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นบวก เนื่องจากมีเสียงข้างมากเกินครึ่งส่งผลต่อการเจรจาดึงพรรคร่วมรัฐบาลมาทำงานได้ง่าย รวมทั้งความกังวลว่ากองทัพจะเข้ามาก้าวก่ายก็หายไปหากประเทศยังไม่ถึงทางตัน เพราะเป็นเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นสตรีและไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวล แต่สิ่งที่ควรทำคือการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดให้เข้ามาบริหารประเทศ โดยเลือกคนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ ไม่ใช่เลือกด้วยบุญคุณตอบแทน โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจต้องยอดเยี่ยม เพราะนี่คือหัวใจของการขับเคลื่อนประเทศ

“การรู้จักเลือกคนที่เหมาะสมมาทำงานและการทำงานแบบทีมเวิร์กจึงสำคัญ ประเด็นที่ผู้ลงทุนในประเทศและต่างประเทศพิจารณาก็คือความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ ที่จะดำเนินตามนโยบายที่สัญญาไว้ซึ่งเมื่อผู้ชนะได้เสียงเกินครึ่ง ในเชิงเสถียรภาพก็เป็นบวก จะนำพรรคอื่นมาร่วมก็เจรจากันได้ง่ายกว่ามีเสียงไม่ถึงครึ่ง ความกังวลเรื่องกองทัพจะเข้ามาก็ไม่มีเหลือแล้วเพราะคนไทยส่วนใหญ่เขาเลือกแบบนี้ กองทัพก็มีความเป็นประชาธิปไตยจึงจะไม่เข้าไปก้าวก่ายตราบใดที่ประเทศไม่ถึงทางตัน และฝ่ายการเมืองไม่ทำอะไรที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ” นางวรวรรณ กล่าว

ส่วนนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยเน้นบรรเทาปัญหาประชาชนระยะสั้นนั้นมองว่า นโยบายที่พรรคหลักๆ ใช้หาเสียงก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น คือมีประชานิยมระยะสั้น และมีเมกะโปรเจคระยะยาว แต่ทุกอย่างจะอยู่ที่ว่ามีงบประมาณเท่าไร หาเพิ่มได้จากไหน หากเป็นการเพิ่มภาษีก็ต้องดูว่าแล้วมันเป็นธรรมหรือไม่ การใช้โครงการประชานิยมจำนวนมากไม่ว่าพรรคใดจะทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในฐานะลำบาก ปัญหาเงินเฟ้อก็จะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามต้องรอดูว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว จะทำอะไรตามที่หาเสียงได้บ้าง และเร็วเกินไปที่จะวิจารณืในขณะนี้ แต่เบื้องต้นต้องดูว่างบประมาณปี 2555 จะทำได้เร็วขนาดไหน และต้องตัดนโยบายอะไรออกไปบ้าง เพราะเงินมีจำกัด

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้านักการเมืองจำนวน 111 คน จะพ้นช่วงเวลาที่ห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีหลายคนที่มีฝีมือ คาดว่าคงต้องการกลับเข้ามา ดังนั้นอาจมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ได้ หากช่วงนั้นสภาพการเมืองและคะแนนเสียงของเพื่อไทยได้เปรียบ ดังนั้นช่วง 1 ปีต่อจากนี้คิดว่าน่าจะยังไปได้ พร้อมมองว่ารัฐบาลใหม่คงระงับปัญหาที่จะสร้างความแตกแยกไว้อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่ง แต่จะเดินหน้าทำให้เกิดผลงานพิสูจน์ฝีมือกันมากกว่า


 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน