
การนำบริษัทธุรกิจครอบครัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น : การวางแผนกฎหมายและภาษี
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาด mai สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาด mai สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
โดย..กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ในการเป็นเจ้าภาพจัดเสวนาและผู้ร่วมเสวนาทั้ง 3 ท่านคือ คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ คุณปริญญ์ จิราธิวัฒน์ และ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ ในการเปิดตัวหนังสือ “การวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าฟังจำนวนมากพอสมควร
ประเด็นหนึ่งที่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาถามผู้ร่วมเสวนาที่เป็นเจ้าของธุรกิจที่ว่า บริษัทธุรกิจครอบครัวควรเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือไม่
ผู้เข้าร่วมเสวนาทั้ง 2 ท่านคือ คุณปริญญ์ จิราธิวัฒน์ ของกลุ่มเซ็นทรัลและคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ กลุ่มมิตรผล มีความเห็นว่าการที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้มืออาชีพเข้ามาช่วยมากขึ้นและยังมีคนภายนอกมาช่วยกำกับดูแลกิจการ อีกทั้งยังสามารถระดมทุนจากประชาชนและเป็นการลดต้นทุนในการกู้เงินจากสถาบันการเงินอีกด้วย
ส่วนบริษัทธุรกิจครอบครัวใดที่จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือไม่นั้น ก็คงจะต้องพิจารณาว่าธุรกิจใช้เงินกู้หรือเงินทุนจากประชาชนหรือไม่
ยกตัวอย่างของกลุ่มตระกูลว่องกุศลกิจก็ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง 2 บริษัท คือ กลุ่มบ้านปูและกลุ่มโรงแรมเอราวัณ กรุ๊ป
ส่วนกรณีน้ำตาลมิตรผลก็ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่มีมืออาชีพทำงานให้ และแม้เป็นธุรกิจครอบครัวก็ต้องมีวินัยในการใช้เงินเช่นกัน
สำหรับกลุ่มเซ็นทรัลหากต้องมีการระดมเงินทุนจากประชาชนและกิจการดังกล่าวไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ของสมาชิกในครอบครัวจิราธิวัฒน์แล้ว ก็จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
แต่หากกลุ่มบริษัทครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวใช้ประโยชน์จากกิจการก็ไม่ต้องนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ
สำหรับผมเห็นว่าควรจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากเหตุผลข้างต้นที่เจ้าของธุรกิจสามารถระดมทุนจากประชาชนแล้ว การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ยังเป็นกลไกในการระงับข้อพิพาทเมื่อเกิดการขัดแย้งกันในระหว่างสมาชิกครอบครัว เพราะสามารถตกลงซื้อขายกันได้โดยมีราคาตลาด
นอกจากนี้ จะเป็นการสร้างความมั่งคั่งหรือรู้ว่ามูลค่าของธุรกิจครอบครัวมีมูลค่าเป็นเท่าไรกันแน่ และที่สำคัญหากจัดโครงสร้างดีการขายหุ้นในอนาคตก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
โดยทั่วไปการนำบริษัทธุรกิจของครอบครัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งของธุรกิจครอบครัว แต่ก่อนที่จะนำบริษัทครอบครัวเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องมีการวางแผนทางกฎหมายได้ ต้องมีการจัดโครงสร้างบริษัทก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และการวางแผนภาษีก่อนเข้าและหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วเป็นเรื่องที่สำคัญ
ทั้งนี้ ที่ปรึกษาการเงินและที่ปรึกษากฎหมายจะเป็นคนให้คำปรึกษาแก่ท่าน โดยผมจะได้นำมาประเด็นเรื่องการวางแผนกฎหมายกับภาษีมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ







