
แนะจัดโซนนิงพื้นที่ทำเกษตรแข่งตลาดโลก
เอกชนเสนอรัฐบาลใหม่กำหนดทิศทางการเกษตรไทยให้ชัด เสนอจัดโซนนิงพื้นที่การเกษตร
เอกชนเสนอรัฐบาลใหม่กำหนดทิศทางการเกษตรไทยให้ชัด เสนอจัดโซนนิงพื้นที่การเกษตร
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล คณะกรรมการธุรกิจและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาให้ความสำคัญกับการวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านการเกษตรให้ชัดเจนและสอดคล้องกับมาตรการต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเข้ามากีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น หลังจากมาตรการทางภาษีจะหมดไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
“จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะมีมาตรการอย่างเมื่อมีการเปิดเสรีทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบ
“ไทยช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะใน 10 ปีข้างหน้า การทำการเกษตรที่ส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเป็นข้อกีดกันทางการค้า และหลายประเทศเริ่มหาพื้นที่ปลูกเพื่อป้อนประเทศตนเอง เช่น กลุ่มโอเปกเช่าที่ดินในแอฟริการ่วมกันเพื่อปลูกพืชอาหาร ต่อไปตลาดของไทยจะอยู่ตรงไหน” นายพรศิลป์ กล่าว
ปลูกข้าวกันมากๆจะขายใคร และในกรณีที่ไทยพึ่งจีนเป็นตลาดหลัก หากจีนฟองสบู่แตกจะมีปัญหาหามาก ไทยจะมีการวางแผนรับมืออย่างไร ในระยะยาวจะดูแลเกษตรกรอย่างไร จนถึงขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดพูดชัด มีแต่การช่วยเหลือในระยะสั้นเท่านั้น” นายพรศิลป์กล่าว
ทั้งนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องวางระบบการส่งเสริมพื้นที่เพาะปลูกให้ชัดมากกว่าปัจจุบัน เช่น พื้นที่ปลูกข้าว พื้นที่ปลูกพืชพลังงาน พืชอาหาร และพืชอื่น เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเห็นว่าการโซนนิงพื้นที่การเกษตรน่าจะต้องนำมาใช้ โดยใช้มาตรการจูงใจด้านการลงทุน ภาษี และมาตรการช่วยเหลือในเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำมาจูงใจเกษตรกรให้เปลี่ยนการเพาะปลูก
ขณะเดียวกัน ควรส่งเสริมให้มีระบบการตลาดที่เชื่อมโยงกับระบบการผลิต เหมือนกับ สินค้าข้าวที่สภาหอการค้าไทยได้ริเริ่ม ซึ่งสถาบันเกษตรกร และสหกรณ์จะเข้ามาช่วยเสริมระบบเหล่านี้ได้ แต่ปัจจุบันการวางแนวทางการโซนนิ่งของไทยยังไม่ชัดทให้พื้นที่ปลูกของพืชพลังงานเริ่มเข้าไปในพื้นที่อาหาร เช่น สวนส้มรังสิต จ.นครนายก ที่มีการสางระบบชลประทานที่ดีเพื่อการปลูกข้าว เริ่มมีสวนปาล์มน้ำมันเข้าไป เป็นต้น ในขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มมียางพารารุกพื้นที่นาข้าวด้วยเช่นกัน จากราคาที่จูงใจ







