
เอ็กคู่ ไลน์วอนรัฐเเก้ปัญหาการขนส่ง
เอ็กคู่ ไลน์ ระบุขนส่งสินค้าเอเชียบูม แต่ท่าเรือคลองเตยรองรับไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการเดินเรือแห่ปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์ต 25% วอนรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหา
เอ็กคู่ ไลน์ ระบุขนส่งสินค้าเอเชียบูม แต่ท่าเรือคลองเตยรองรับไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ประกอบการเดินเรือแห่ปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์ต 25% วอนรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหา
นายวิรัช นอบน้อมธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กคู่ ไลน์(ประเทศไทย) ผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือและทางอากาศ เปิดเผยว่าปัจจุบันเศรษฐกิจในทวีเปเอเชียมีอัตราการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจการนำเข้า ส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรมมีมากขึ้น แต่ปัญญาสำคัญที่ประสบ คือการขนส่งทางเรือผ่านทาเรือคลองเตยที่ประสบปัญหา ตัวท่าคอนเทนเนอร์ ปัจจุบันมีจำนวน 7 ท่าเรือ แต่สามารถใช้งานได้จริง 5 ท่าเรือ จึงทำให้การขนส่งล่าช้า ทำให้ผู้ประกอบการเรือขนส่งแห่ปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์จอีกเฉลี่ย 25%
“ท่าเรือคลองเตยมีปัญหามาก จากรางปั่นจั่นยกตู้สินค้า และจำนวนเรือที่เพิ่ม ต้องรอคอย เข้าเทียบท่านาน 1-2 วัน โดยมีสาเหตุจากการปิดท่าเทียบเรือ 1 ถึง 2 ท่า เป็นเวลานานเพื่อทำการเปลี่ยนรางปั้นจั่นยกตู้สินค้า และจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลไม่ได้มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปแบบ เพื่อทำให้การขนส่งทางเรือมีความรวดเร็วมากขึ้น” นายวิรัชกล่าว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นเพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้าทางทะเลแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL-Less than Container Load) เนื่องจากพบว่าตัวเลขการให้บริการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ ส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันจะมุ่งขยายฐานการให้บริการส่งออกและนำเข้าไปในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น เนื่องจากกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นมีความต้องการลงทุนสูงในประเทศไทย และมีความต้องการใช้บริการ นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศต่างๆผลิตและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ขณะเดียวกันภายในปีนี้จะเพิ่มจุดหมายในการขนส่งสินค้าอีก 3 แห่งใน 3 ประเทศคือจาการ์ต้า อินโดนีเซีย คีลุง ไต้หวัน และพอร์ทคลัง ที่มาเลเซีย จากเดิมที่มีอยู่ 24 แห่งใน 16 ประเทศ
นอกจากนี้บริษัทฯยังร่วมมือกับบริษัท ซางาว่า เอ็กซ์เพรส ไทย คอนเทนเนอร์ ดิสทริบิวชั่น เพื่อเปิดศูนย์ตรวจรับสินค้าส่งออกที่นิคมอุตสาหรรมบางกะดี เพื่อรองรับลูกค้าย่านปทุมธานีและอยุธยา รวมถึงขยายบริการที่ศูนย์ตรวจรับสินค้าส่งออกที่ลาดกระบังอีก 100 ตร.ม. โดยจัดส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อแก้ปัญหาความแออัดและล่าช้า ของท่าเรือคลองเตย อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 409 ล้านบาท ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้ 156 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แต่เพิ่มขึ้นในส่วนของผลกำไร ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตด้านกำไร 28%







