
‘ไพโอเนียร์’ยิ้มรับกำไรเติบโต
หลังเมินขายดิสเคาต์สโตร์2ปี ค่ายรถฟื้น-การเมืองนิ่งดันโต
หลังเมินขายดิสเคาต์สโตร์2ปี ค่ายรถฟื้น-การเมืองนิ่งดันโต
ไพโอเนียร์ทำกำไรเพิ่ม หลังหยุดขายดิสเคาต์สโตร์ 2 ปี หวังค่ายรถฟื้นตัวการเมืองนิ่ง ดันบริษัทโต 10% ตามเป้า
นายโตชิฮารุ โมโมตาริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังจากที่หยุดทำตลาดผ่านช่องทางดิสเคาต์สโตร์ อย่างโลตัสและบิ๊กซีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่เริ่มจากการยกเลิกการจำหน่ายพลาสมา ทีวี ในช่องทางดังกล่าว พบว่าผลการดำเนินธุรกิจมีกำไรมากขึ้นจากช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ บริษัทได้หันมาเน้นการทำตลาดผ่านสเปเชียลตีสโตร์ อย่างเพาเวอร์บาย เพาเวอร์มอลล์ โฮมโปรเป็นหลัก และมีสัดส่วนการขายสูงถึง 55% ขณะที่อีก 45% ยังเป็นช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าทั่วไป โดยในปีงบประมาณ 2553 (เม.ย. 2553-มี.ค. 2554) มียอดจำหน่าย 1,050-1,060 ล้านบาท เติบโต 5%
สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศไทยในช่วงครึ่งหลังของปียังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ทางการเมืองจะสงบหลังการเลือกตั้ง ขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์จะฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากค่ายรถกลับมาเดินสายการผลิตกันเต็มที่
ทั้งนี้ บริษัทยังสามารถรักษาเป้าหมายการเติบโตเอาไว้ได้ตามเป้าหมายที่ 10% ในช่วงที่ผ่านมาของปี เป็นผลจากตลาดรถยนต์ที่เติบโตอย่างมากในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่กลุ่มสินค้าเครื่องเสียงบ้าน ก็มีการเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อกระตุ้นตลาด รวมไปถึงกลุ่มอุปกรณ์ดีเจที่บริษัทรักษาการเป็นเจ้าตลาดอย่างเหนียวแน่น
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ คาดว่าจะรักษาการเติบโตต่อเนื่องทั้งปีที่ 10% โดยเป็นการเติบโตจากกลุ่มเครื่องเสียงรถยนต์มากกว่า 10% การเติบโตของอุปกรณ์ดีเจมากกว่า 10% ขณะที่เครื่องเสียงบ้านน่าจะเติบโตประมาณ 68%
ดังนั้น ในส่วนของปีงบประมาณ 2553 ที่ผ่านมา รายได้หลักของบริษัทยังมาจากกลุ่มเครื่องเสียงรถยนต์ 65% เครื่องเสียงบ้าน 30% และกลุ่มอุปกรณ์ดีเจ 5% โดยบริษัทเป็นผู้นำในกลุ่มเครื่องเสียงรถยนต์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30% กลุ่มอุปกรณ์ดีเจด้วยส่วนแบ่ง 70% ขณะที่กลุ่มเครื่องเสียงบ้านยังไม่มากนัก
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับแผนการทำตลาดเครื่องเสียงบ้าน ด้วยการหันมาเปิดตลาดด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงแบบแยกชิ้น (เอวี รีซิฟเวอร์) มากขึ้น โดยเน้นการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ เข้าไป โดยในปีนี้เปิดตัวอีก 4 รุ่น ราคาเริ่มต้น 1.49 หมื่นบาท ซึ่งล่าสุดมียอดขายรวมในอันดับที่ 3 และมีแผนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในอนาคต
“ตลาดเอวี รีซิฟเวอร์ในประเทศไทยในปัจจุบัน มียามาฮ่าและออนเคียวเป็นผู้นำตลาด แต่ไพโอเนียร์สามารถก้าวจากอันดับ 5 ในอดีตมาเป็นอันดับ 3 ในปัจจุบัน ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้สามารถต่อยอดไปยังกลุ่มเครื่องเล่นต่างๆ ได้เพิ่มเติม” นายโมโมตาริ กล่าว







