
หุ้นครึ่งปีแจกกำไร8จุด
รอเลือกตั้งชี้ชะตา ราบรื่นเห็น1,200 ไล่SCเก็งพท.ชนะ
รอเลือกตั้งชี้ชะตา ราบรื่นเห็น1,200 ไล่SCเก็งพท.ชนะ
หุ้นครึ่งปีนี้ไม่หรูอย่างคาด แจกกำไรจิบๆ แค่ 8 จุด ต่างชาติทิ้ง 1.4 หมื่นล้าน รอผลเลือกตั้งคาดดัชนี 1,000 จุด รับทุกปัจจัยเสี่ยง ไล่ซื้อ SC เก็งเพื่อไทยชนะขาด
ตลาดหุ้นไทยในช่วง 6 เดือนแรกไม่ได้ปรับตัวขึ้นแรงอย่างที่คาดการณ์ว่าจะทะยานต่อเนื่องเหมือน 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมามากเกือบ 100% และมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ดัชนีแกว่งตัวผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือน พ.ค. ต่อเนื่องถึงเดือน มิ.ย. นักลงทุนต่างชาติถล่มขายหุ้นกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้พลิกมามียอดขายสุทธิ 14,676 ล้านบาท ทำให้ดัชนีวันที่ 30 มิ.ย. ปิดที่ระดับ 1,041.48 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 8.72 จุด หรือ 0.84% จากสิ้นปี 2553 ที่ 1,032.76 จุด และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ทั้งสิ้น 8.51 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 1.78 แสนล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า 6 เดือนแรกหุ้นไม่ดีนัก ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังยังคงต้องติดตามผลการเลือกตั้ง เพราะเป็นปัจจัยสำคัญ คาดว่าดัชนีที่ 1,000 จุด น่าจะรองรับปัจจัยทั้งหมดได้ และมองกรอบบนสุด 1,200 จุด หากไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น
สาเหตุที่หุ้นไทยไม่ไปไหนไกลเพราะเจอแรงกดดันจากปัญหาการเมือง ซึ่งถือว่าประเทศยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ ประกอบกับปัญหาหนี้ของทางกลุ่มประเทศยุโรปทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรออกมา
นายเทิดศักดิ์ กล่าวว่า หุ้นที่ให้ผลตอบแทนไม่สูงนักไม่ได้หมายความว่ากำไรของธุรกิจ บล. จะไม่ดี เพราะมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท และยังมีกำไรจากพอร์ตลงทุนด้วย หากเข้าถูกจังหวะและถูกตัวหุ้น เนื่องจากดัชนีมีการเปลี่ยนแปลงกว่า 150 จุด จาก 950 จุด ถึง 1,100 จุด
สำหรับภาวะตลาดหุ้นในวันสุดท้ายของเดือน มิ.ย. และก่อนวันเลือกตั้ง ปรากฏว่านักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อหนักๆ เป็นวันที่สอง จำนวน 2,134 ล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีบวกต่อ 8.22 จุด ปิดที่ระดับ 1,041.48 จุด โดยแรงซื้อกระจุกอยู่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และหุ้นเกี่ยวข้องการเมืองโดยเฉพาะบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) บวกแรง 3% หรือ 0.40 บาท ปิดที่ 13.70 บาท มูลค่าซื้อขายมากถึง 712 ล้านบาท ตามแรงเก็งกำไรว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด
ด้านตลาดหลักทรัพย์สั่งให้นักลงทุนที่จะซื้อหุ้นบริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป (CIG) บริษัท คาร์มาร์ท (KAMART) ต้องวางเงินสดทั้ง 100% ระหว่างวันที่ 4-22 ก.ค.นี้ และขยายเวลาหุ้นบริษัท เอ็นเนอร์ยี่เอิร์ธ (EARTH) ถึงวันที่ 8 ก.ค.นี้
คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายกฤษณ์ ปิติมานะอารี ในฐานะผู้ช่วยเหลือสนับสนุน กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น (ASCON) ในระหว่างวันที่ 9 ม.ค. 2549 ถึงวันที่ 25 ม.ค. 2550 เป็นเงิน 333,333.33 บาท







