
สหพัฒน์ขยายธุรกิจบุกอสังหาฯ
สหพัฒน์ฯ แตกธุรกิจใหญ่รอบ 60 ปีผุดโครงการอสังหาฯ-แหล่งท่องเที่ยว ประเดิมผนึกทุนญี่ปุ่นผุด “เจแปนีส ทาวน์”หมื่นล้าน
สหพัฒน์ฯ แตกธุรกิจใหญ่รอบ 60 ปีผุดโครงการอสังหาฯ-แหล่งท่องเที่ยว ประเดิมผนึกทุนญี่ปุ่นผุด “เจแปนีส ทาวน์”หมื่นล้าน
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภครายใหญ่ เปิดเผยว่าเครือสหพัฒน์ ได้ขยายธุรกิจใหม่เป็นครั้งแรกในนรอบ 60ปี จากอุตสาหกรรมการผลิตมาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 10 ราย พัฒนาโครงการอสังหารริมทรัพย์ด้านบริการและแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่บนพื้นที่ 600 ไร่ ในเมืองศรีราชา ภายใต้แนวคิด “เจแปนนีส ทาวน์” หรือ แหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมแบบครบวงจร(คอมเพล็กซ์) ในจุดเดียว คล้ายคลึงกับโครงการ ปาลิโอ(palio)ที่เขาใหญ่ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทสหพัฒน์อินเตอร์โฮลดิ้ง(เอสพีไอ) เบื้องต้นได้เจรจากับพันธมิตรต่างประเทศแล้ว 1-2 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นชื่อ บริษัท "ซึรูฮะ" ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว แบ่งระยะเวลาการดำเนินการไม่น้อยกว่า 3ระยะ(เฟส)ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1หมื่นล้านบาท คาดเริ่มพัฒนาโครงการระยะแรกเร็วที่สุดภายใน1-2 ปีนี้ จากศักยภาพทำเลในเมืองศรีราชาและอยู่ใกล้กรุงเทพฯ รวมถึงจุดเด่นด้าน “ท่าเรือ” ขนาดใหญ่ ที่ผลักดันให้เศรษฐกิจเจริฐเติบโตสูง เช่นเดียวกับ ฮ่องกง, โกเบ, โยโกฮาม่า เป็นต้น รวมถึงในทำเลดังกล่าว ยังมีโรงเรียนวาเซดะสอนภาษาญี่ปุ่น ที่บริษัทได้สร้างไว้ก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวยังจะกลายเป็น แลนด์มาร์ค แห่งใหม่ของศรีราชาในอนาคต เพื่อดึงดูดรายได้มาจากการท่องเที่ยว คาดใช้ระยะเวลาพัฒนาโครงการเสร็จสมบูรณ์ราว10ปีขึ้นไป
“ในศรีราชามีชาวญี่ปุ่น อาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่า 4,000 คน โดยมีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทยราว 3หมื่น-4หมื่นคน ซึ่งมั่นใจว่า โครงการฯจะประสบความสำเร็จ จากที่ผ่านมาในไทยยังไม่มีโครงการในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศใหม่ๆ เข้ามาในไทย เพราะสร้างการรับรู้ในตลาดโลก และอาจจะมีประเทศทั่วโลกรวม 70 ประเทศเข้ามาลงทุนในรูปแบบ เมืองของประเทศต่างๆ ในอนาคตได้” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว
สำหรับโครงการดังกล่าวจะไม่จำกัดพันธมิตรที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการเพิ่มด้วย เพื่อให้เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรม ด้านอาหารสินค้าที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่น และให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูป เป็นต้น ซึ่งนอกจากโครงการเจแปนนีส ทาวน์แล้ว ในอนาคตเครือสหพัฒน์ฯ ยังสนใจพัฒนาในโครงการอื่นๆ อาทิ เกาหลี หรือ ไชนีส ทาวน์ ก็มีความเป็นไปได้ด้วยเช่นกัน จากปัจจุบันบริษัทมีที่ดินสะสม(แลนด์แบงค์) ที่รอการพัฒนาอยู่จำนวนหนึ่ง และรอจังหวัการพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท
นายบุณยสิทธิ์ กล่าวว่าสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศว่า ต้องการให้เข้ามาดูแลปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ่น จนกระทบต่อความสามารถการทำกำไรของผู้ประกอบการส่งออกทุกราย เพราะหากรัฐบาลยังไม่สามารถดูแลค่าเงินบาทได้ในที่สุด ผู้ประกอบการเอกชนจะไม่สามารถปรับขึ้นค่าแรงให้แก่พนักงานได้ โดยที่ผ่านมา ต้องการให้ภาครัฐดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ที่ระดับ 36-38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และต้องการให้ดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงมาที่ระดับ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ รวมถึง มุ่งสร้างความปรองดองในประเทศเพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดปัญหาขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และยุติปัญหาความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชาให้เร็วที่สุด







