
ต่างชาติตะลุยซื้อหุ้นไทยไม่ตก
ตลาดหุ้นไทยปีเสือดุ นักลงทุนถูกขม้ำเลือดสาด เดือนม.ค. ดัชนีปรับตัวลง 5.17% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่ปรับลดลง เพราะข่าวร้ายๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ยังมีความเชื่อมั่นเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่สถานการณ์การเมืองในประเทศกลับร้อนแรง และฐานะการคลังของประเทศในกลุ่มยุโรปออกอาการเป๋มากขึ้นและลุกลามไปหลายประเทศ
ขณะนี้ตลาดและผู้เชี่ยวชาญเริ่มเกิดความกังวลว่า ปัญหาของยุโรปอาจจะกลายเป็นวิกฤตคล้ายๆ กับซับไพรม์ของสหรัฐได้อีก
ตลาดหุ้นไทยเริ่มเปิดเสรีค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นแบบขั้นบันได (คอมมิชชัน) ในเดือนม.ค.เป็นเดือนแรก ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แถลงข้อมูลการซื้อขาย พบว่าสัดส่วนการซื้อขายของผู้ลงทุนต่างประเทศอยู่ที่ 22% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2552 อยู่ที่ 21.3% และสูงกว่าสัดส่วนของทั้งปี 2552
สะท้อนว่าสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มีนัยสำคัญอย่างไร เพราะกลุ่มนี้ย่อมมีการซื้อขายเกิน 20 ล้านบาท/วันอยู่แล้ว จึงเป็นกลุ่มผู้ลงทุนที่ได้รับประโยชน์จากเสรีคอมมิชชันแบบขั้นบันได โดยมีต้นทุนในการซื้อขายหุ้นถูกลง
นายยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาตลาดทุน ตลท. ยอมรับว่า ผลของการเปิดเสรีคอมมิชชันในระยะยาวจะมีส่วนช่วยสร้างให้มูลค่าการซื้อขายสูงขึ้น
แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุลงไปแน่ชัดว่าสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติที่สูงขึ้นในเดือนม.ค.ที่ผ่านมานั้น เป็นผลจากการเปิดเสรีคอมมิชชันแบบขั้นบันได เนื่องจากเป็นช่วงที่นักลงทุนให้ความกังวลต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมของโลก จึงมีการลดความเสี่ยง ทำให้เห็นภาพของการซื้อขายที่สูงขึ้น นอกจากนี้โดยปกติในเดือนม.ค.ต่างชาติซื้อขายมากอยู่แล้ว
“
ผมประเมินว่าคงต้องใช้เวลา 6 เดือนข้างหน้า จึงจะเห็นผลการเปิดเสรีคอมมิชชันแบบขั้นบันได ส่งผลต่อภาพรวมการซื้อขายอย่างไร”ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของเดือนม.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 18,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 15,387 ล้านบาท และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 17,853 ล้านบาท
สำหรับมูลค่าการระดมทุนในเดือนม.ค.นี้ รวม 893 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุน 215 ล้านบาท แต่ลดลงจากเดือนธ.ค. 2552 ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุน 2,145 ล้านบาท
“
มูลค่าการระดมทุนในปี 2553 นี้ น่าจะสูงกว่าปี 2552 ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุนรวม 35,162 ล้านบาท เนื่องจากจะมีการลงทุนตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้เงินที่ไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศพันธบัตรเกาหลีซึ่งใกล้ครบกำหนดจะไหลกลับมา ย่อมมองหาการลงทุนต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งคงจะกลับเข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ และคงมีบางส่วนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น”ปีเสือก็ย่างเข้าเดือนที่สองแล้ว หวังว่าอะไรคงจะดีขึ้น หลังคำตัดสินคดียึดทรัพย์ออกมาแจ่มชัดแล้ว







