
ครึ่งปีหลังราคาน้ำมันแตะ100-120 ดอลล์
กระทรวงพลังงาน คาดครึ่งปีหลังราคาน้ำมันอยู่ที่ 100-120 เหรียญสหรัฐ จากความต้องการใช้ที่มากขึ้น
กระทรวงพลังงาน คาดครึ่งปีหลังราคาน้ำมันอยู่ที่ 100-120 เหรียญสหรัฐ จากความต้องการใช้ที่มากขึ้น
นายวีระพล จิรประดิษฐ์กุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าอยู่ระดับ 100-120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากความต้องการจะปรับตัวสูงขึ้น จากปัจจัยเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของค่าเงิน และสหรัฐอเมริกาอาจเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นประจำอย่างพายุเฮอริเคนเพิ่มขึ้น รวมทั้งในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวความต้องการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และยิ่งมีการเก็งกำไร ก็จะมีผลต่อราคาน้ำมันให้ผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่ถือว่าสถานการณ์ราคายังไม่สูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ที่ 120-140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ได้เติบโตอย่างที่คาดไว้
ขณะที่ปี 2555 คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และจากกรณีภัยพิบัติในญี่ปุ่นยังส่งผลให้ราคาพลังงานประเภทอื่นสูงขึ้นด้วย เนื่องจากมีความต้องการใช้พลังงานประเภทอื่นไปผลิตไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ซึ่งเมื่อรวมค่าพรีเมียมแล้วทำให้ราคาอยู่ระดับสูงถึง 800-900 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากเดิมอยู่ที่ 600-700 เหรียญสหรัฐต่อตัน
“ราคาน้ำมันในระดับ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คงจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว เพราะความต้องการใช้ในตลาดโลกมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีปัจจัยต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและ ปัญหาตะวันออกกลาง เข้าทำให้ราคาน้ำมันจะคงตัวอยู่ในระดับสูง” นายวีระพล กล่าว
สำหรับความต้องการใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ในช่วงครึ่งปีหลังในกลุ่มน้ำมันเบนซิน คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะราคาน้ำมันแพง ส่วนความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) คาดว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงระดับกว่า 7,000 ตันต่อเดือน จาก 5 เดือนแรกยอดใช้ก๊าซฯอยู่ที่ 6,900 ตันต่อเดือน เป็นผลจากรัฐตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวีในระดับต่ำ แม้จะมีข้อจำกัดสถานีบริการไม่เพียงพอก็ตาม
ขณะที่ปริมาณการใช้แอลพีจีในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีความต้องการใช้น้อยลงไม่มากนัก โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ 6.5 หมื่นตันต่อเดือน แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีอีก 3 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากจะมีผู้ประกอบการบางส่วนหันไปใช้แอลพีจีแบบถังในภาคครัวเรือนแทน ส่วนการใช้แอลพีจีในภาคขนส่ง และปิโตรเคมีก็ยังเติบคงขยายตัวอยู่
“ที่ผ่านมามีการบิดเบือนราคาก๊าซแอลพีจีทำให้คนหันมาใช้เพิ่มมากขึ้น แนวคิดการขึ้นราคาแอลพีจีจะปรับตั้งแต่ปี 2552 แต่ก็เผชิญวิกฤติมาตลอดทำให้รัฐต้องตรึงราคาก๊าซแอลพีจีไว้ โดยส่วนตัวมองว่าหากรัฐไม่ทำอะไร การใช้แอลพีจีในภาคขนส่งจะพุ่งสูงขึ้น” นายวีระพล กล่าว







