
กลุ่มสุวรรณผุดธุรกิจศูนย์การค้า
กลุ่มสุวรรณอุตสาหกรรมฯ ขยายธุรกิจค้าปลีกเท 500 ล้านบาทผุด "เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์"
กลุ่มสุวรรณอุตสาหกรรมฯ ขยายธุรกิจค้าปลีกเท 500 ล้านบาทผุด "เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์"
นายกฤตินาท อิศรางกูร ณ อยุธยา รองกรรมการบริหาร บริษัทสุวรรณ ราชพฤกษ์ ปาร์ค เปิดเผยว่าหลังจากกลุ่มบริษัท สุวรรณอุตสาหกรรมปั่นทอ ผู้ดำเนินธุรกิจสิ่งทอมากว่า 40ปี เห็นโอกา่สในการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี2538 ล่าสุดได้จัดตั้งบริษัทดังกล่าว ใช้ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เ้พื่อดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าขึ้นมาโดยเฉพาะ ในโครงการแรก คือ ศูนย์การค้าแบบเปิด “เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์” ทำเลถนนราชพฤกษ์ปิ้นเกล้า-สาธร บนพื้นที่รวม21ไร่
สำหรับโึีครงการเดอะเซอร์เคิืลฯ วางแนวคิด “ไลฟ์สไตล์ ซิตี” รูปแบบใหม่แห่งแีรกในไทย ชูจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรม3 รูปแบบ คือ โมเดิร์น, ยุโรป และไืทย ในโครงการเดียวกัน รองรับกลุ่มเป้าหมายครอบครัว-ชุมชนที่อยู่ในรัศมี5กม.โดยรอบ รวมถึงนนทบุรี เป็นต้น ซึ่งได้การตอบรับดี หลังทดลองเปิดไปเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และคาดพร้อมเปิดให้บริการเต็มพื้นที่ขาย100%ในเดือนส.ค.ปีันี้
“ศักยภาพของทำเลโครงกาีรดังกล่าว มีแนวโน้มจากกำลังซื้อที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องนับแต่ช่วง8ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากการเกิดขึ้นของหมู่บ้านขนาดใหญ่มูลค่ายูนิตละ10-15ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีกว่า10โครงการในปัจจุบัน” นายกฤตินาท กล่าว
ทั้งนี้โครงการฯ มีพื้นที่ขายราว 8,000 ตร.ม. ประกอบด้วย200 ร้านค้า แบ่งสัดส่้่วนเป็น กลุ่มร้านอาหาร 33%, ร้านกาแฟและเบอเกอรี 17%, กลุ่มแฟชันและบิวตี 15%, กลุ่มบริการและธนาคาร 15% และการศึกษา 10% และอื่นๆ 10% โดยพื้นที่รองรับรถได้มากกว่า500 คันต่อวัน และเตรียมพัฒนาพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้นอีก 400คัน โดยที่ผ่านมามีัปริมาณรถหมุนเวียนในศูนย์ฯราว2,000 คัน หรือ8,000คนในวันปกติ และ 2,500-3,000 คัน หรือ 1หมื่นคนในวันสุดสัปดาห์
บริษัทเตรียมงบกว่า 20 ล้านบาทสำหรับจัดกิจกรรมการตลาด(อีเวนต์ มาร์เก็ตติง)ตลอดทั้งปี โดยในครึ่งปีหลังนี้บริษัทเตรียมจัดกิจกรรมใหญ่เฉลี่ยอย่้างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และกิจกรรมย่อยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นความคึกคักในโครงการอย่างต่อเ้นื่องด้วย โดยบริษัทมีัรายได้จากการบริหารพื้นที่เช่าร้านค้า3ปีบวก3ปี หรือคิดค่าเช่าพื้นที่เฉลี่ยกว่า 1,000บาทขึ้นไปต่อตร.ม. วางเป้ารายได้ต่อปี 100 ล้านบาท คาดโครงการฯถึงจุดคุ้มทุนใน 7ปี
ขณะเดียวกัน บริษัืทยังศึกษาความเป็นไปได้ในทำเลอื่้นๆ อาทิ ย่านชานเมืองในกรุงเืทพฯ และย่้านชุมชนต่างๆ เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์การค้าแแบบเปิดในลักษณะดังกล่่าวในอนาคตด้วย โดยใช้ทีมงานมืออาชีัพที่มีความชำนาญในการพัฒนาศูนย์การค้าชุมชน(คอมมูนิตีมอลล์) คาดในอีก3-5ปีข้างหน้า จะมีอีก2-3โครงการใหม่เเกิดขึ้น







