
กม.ใหม่คุ้มครองกลิ่น-เสียง
พณ.ชงครม.เพิ่มรับตลาดเปิดเสรี แนะเอกชนจดเครื่องหมายการค้า
พณ.ชงครม.เพิ่มรับตลาดเปิดเสรี แนะเอกชนจดเครื่องหมายการค้า
กรมทรัพย์สินฯ จี้ผู้ประกอบการไทย จดเครื่องหมายการค้า รับเปิดเสรี ลุ้นกฎหมายใหม่จดลิขสิทธิ์สินค้าเสียงกลิ่นได้ รับหนัง 4มิติในอนาคต
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์ สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนา “แบรนด์ มีมูลค่าจริงหรือ?” ว่า ตราสินค้าหรือแบรนด์ไทยนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะโอกาสจากการเปิดเสรีการค้าโลกหรือเอฟทีเอ และการเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องรักษาสิทธิตราสินค้าของตัวเองเพื่อทำตลาด โดยจดเครื่องหมายการค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการถูกละเมิดสิทธิทางการค้าและพร้อมทำตลาดได้ถูกต้องตามกฎหมายในแต่ละประเทศ
ขณะที่ปัญหาอุปสรรคหลักของผู้ประกอบการไทยในปัจจุบัน คือ 1.ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาแบรนด์สินค้าของตัวเอง มีการคัดลอกเลียนแบบ หรือนำแนวคิดของตราสินค้ารายอื่นมาดัดแปลงเพื่อเป็นของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียน หรือถูกคัดค้านในการทำตลาดในต่างประเทศ ให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เป็นระยะเวลา 5ปี เป็นต้น และ 2.ปัญหาของผู้ส่งออกที่ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจดเครื่องหมายการค้าในประเทศที่ทำตลาด หรือจดแล้วถูกละเมิดจากต่างประเทศ ทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินธุรกิจ และส่งเรื่องมายังกรมฯเพื่อขอความช่วยเหลือ คิดเป็น 5% ในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.... ฉบับใหม่ จากเดิมกฎหมายเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2548 โดยมีเนื้อหาสาระสำคัญเพิ่มเติม คือ ให้การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในกลิ่นและเสียง สำหรับเจ้าของสินค้ารายใหม่ที่มีเอกลักษณ์ของกลิ่นสินค้าตัวเองโดยเฉพาะซึ่งแตกต่างจากสินค้าอื่นในประเภทเดียวกัน เช่น ปลาร้ากลิ่นกุหลาบ หรือเสียงเพลงเริ่มการเข้ารายการโทรทัศน์ เสียงเพลงรถเข็นไอศกรีม ฯลฯ จากเดิมครอบคลุมเครื่องหมายการค้า 12 ประเภท โดยร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว จะเสนอรัฐบาลใหม่ ทางกรมฯ จะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ได้หลังการเลือกตั้งชุดใหม่ เพื่อพิจารณาอนุมัติทันที
นายสัตยะพล สัจจเดชะ นายกสมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สัตยะพล แอนด์ พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทย|ที่ต้องการจดเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร ต้องศึกษากฎหมายในประเทศที่เข้าไปทำตลาดด้วย โดยเฉพาะในอนาคตกฎหมายใหม่ที่ให้การคุ้มครองด้านเสียงและกลิ่นเพิ่มจากปัจจุบันในประเทศที่มีสินค้าเทคโนโลยีสูง ให้การคุ้มครองสินค้า2รูปแบบใหม่ดังกล่าวไปแล้ว
“จากเดิมกฎหมายเครื่องหมายการค้าไทยให้การคุ้มครองสินค้า 12 ประเภทที่รับรู้ได้จากการเห็น แต่กฎหมายใหม่เพื่อรองรับสินค้าในอนาคตที่รับรู้ได้จากหูและจมูก เช่น การเกิดขึ้นของโรงภาพยนต์4มิติ เป็นต้น” นายสัตยะพล กล่าว
นายอนุรัตน์ โคว้คาสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทพรานทะเลมาร์เก็ตติ้ง ผู้ทำตลาดอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งพร้อมทาน กล่าวว่าปัจจุบันมีมูลค่าแบรนด์ทะเล ได้มีการประเมินมูลค่าไว้ราว 410 ล้านบาท โดยบริษัทยูเคฯ โดยพิจารณาจากหลักการหลายองค์ประกอบ จากปัจจุบันตราพรานทะเล ดำเนินกิจการขึ้นสู่ปีที่ 8 และมีมูลค้าเริ่มต้นเป็นศูนย์
สำหรับการประเมินมูลค่าแบรนด์นั้น ถือเป็นเรื่องใหม่ในตลาดประเทศไทย ที่มีการประเมินมูลค่าตราสินค้าไทยอย่างจริงจัง ซึ่งการสร้างแบรนด์หรือตราสินค้า ให้มีมูลค่าเติบโตต่อเนื่องของบริษัท ยังเป็นเครื่องมือในการทำตลาดร่วมกับผู้บริโภค ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินกิจการของบริษัทที่วางรายได้เติบโตไว้ที่ 1015% ต่อปี ด้วยในปัจจุบัน







