
สเต็ดเล่อร์เดินหน้าลงทุนผลิตปากกาเพิ่ม
สเต็ดเล่อร์ ไม่หวั่นการเมือง พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ดันยอดขายปีนี้โต 6–7% หลังปีที่แล้วเติบโต 15% สูงสุดในรอบ 20 ปี
สเต็ดเล่อร์ ไม่หวั่นการเมือง พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ดันยอดขายปีนี้โต 6–7% หลังปีที่แล้วเติบโต 15% สูงสุดในรอบ 20 ปี
นายรอล์ฟ ดีเตอร์ดาเนียล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเต็ดเล่อร์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องเขียนจากประเทศเยอรมนี แบรนด์ สเต็ดเล่อร์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาแม้ว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาทางการเมือง แต่บริษัทมียอดขายที่เติบโตมากถึง 15% นับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 20 ปี ตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในประเทศ โดยปกติแต่ละปีบริษัทจะมีอัตราการเติบโตเพียง 6-7%
“สาเหตุสำคัญที่ทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตเป็นผลจากการขายสินค้าให้กับภาครัฐผ่านตัวแทนจำหน่าย ตามโครงการเรียนฟรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาทางการ เมืองกับการดำเนินธุรกิจในบางกลุ่มไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่เหมือนกับธุรกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรม และศูนย์การค้าในพื้นที่ชุมนุม ที่จะประสบปัญหาโดยตรง” นายรอล์ฟ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 2554 หรือกลางปี 2555 สเต็ดเล่อร์มีแผนเพิ่มกำลังการผลิต โดยซื้อเครื่องจักรผลิตปากกาลูกลื่นอีก 10 ล้านบาท จากปัจจุบันมีโรงงานผลิตอยู่ 2 แห่ง เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกในสัดส่วน 70% และใช้ภายในประเทศ 30%
นอกจากนี้ ยังมีแผนนำเข้าสินค้าใหม่ประเภทของเล่นเชิงสร้างสรรค์เพื่อการประดิษฐ์ และดินสอที่สามารถใช้ได้นานกว่าดินสอธรรมดาถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไลน์สินค้าใหม่ของตลาดสำหรับผลประกอบการในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพียง 6 – 7% เท่านั้น เนื่องจากในปีที่ผ่านมามียอดขายเติบโตมาก แต่ในปี 2555 บริษัทคาดว่าจะสามารถผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้ 15% ตามที่บริษัทแม่ที่เยอรมันกำหนดมา เนื่องจากบริษัทจะมีสินค้าใหม่วางจำหน่ายหลายรุ่น ประกอบการผลิตสินค้าได้มากขึ้นจากการเพิ่มเครื่องจักร
ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทวางจำหน่ายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีกทั่วไป ร้านเครื่องเขียนต่างๆ ซึ่งในแต่ละช่องทางมีสัดส่วนรายได้ที่ใกล้เคียงกัน และบริษัทยังมีสินค้าทั้งระดับไฮเอน และระดับกลาง ทางด้านการแข่งขัน พบว่าค่อนข้างรุนแรงในด้านสงครามราคา เพราะมีสินค้าจากประเทศจีนเข้ามา ซึ่งราคาของบริษัทต่างจากสินค้าจีนอยู่ราว 10–20%







