
เข็น'ร่างพรบ.ตัวแทนอำพราง'สกัดต่างด้าวฮุบที่-ครอบงำกิจการ
ปัญหากลุ่มทุนต่างด้าวเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัญหากลุ่มทุนต่างด้าวเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากเข้ามาถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ก่อให้เกิดปัญหาการบุกรุกเขตป่าไม่สิ้นสุด จึงเป็นปัญหาลุกลามไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการบุกรุกที่ดินในจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยประเภทวิลลาหรู ห้องชุดตากอากาศ รวมไปถึงพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมืองไทย ในหลายประเทศอย่างออสเตรเลียก็ประสบปัญหาชาวต่างชาติเข้าไปถือครองที่ดินเพื่อทำการเกษตร โดยมีทุนข้ามชาติจากประเทศกาตาร์ จีน สิงคโปร์ เข้าไปกว้านซื้อที่ดิน โดยยอมทุ่มทุนซื้อที่ดินในราคาสูงกว่าราคาตลาดมากถึง 20% ทำให้เจ้าของที่ดิน ชาวไร่ และเจ้าของปศุสัตว์ ยินดีขายที่ผืนใหญ่ให้ แต่ในที่สุดก็เกิดความตื่นตัวในหมู่สมาชิกวุฒิสภาของออสเตรเลีย ได้เสนอขอแก้กฎหมายและเพิ่มโทษให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ขณะที่ในประเทศไทย การแก้ไขนั้นกลับยังไม่เป็นรูปธรรม โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการให้เกิด พ.ร.บ.ตัวแทนอำพราง หลังจากผลักดันมากว่า 2 ปีแล้ว จนใกล้จะเห็นเป็นรูปธรรม
ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนต่างด้าวถือครองที่ดินในเมืองไทยจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ในอนาคตคนไทยบางส่วนไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ โดยที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อที่อยู่อาศัยนั้นมีจำนวนกว่า 320 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันเหลือที่ดินที่ใช้ประโยชน์ได้กว่า 100 ล้านไร่ ในจำนวนกว่า 320 ล้านไร่นั้น มีชาวต่างชาติถือครองที่ดินแล้ว 10% หรือเกือบ 100 ไร่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่พบว่าคนต่างด้าวถือครองไม่ถูกต้องมีมากกว่านั้น
“คนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ดินชายฝั่งทะเลบนเกาะภูเก็ต สมุย เกาะช้าง เกาะกูด และใช้ช่องโหว่ของกฎหมายนอมินีอำพราง เช่น คนต่างด้าวแต่งงานกับคนไทย ที่มีการแต่งแบบหลอกๆ ซึ่งเราต้องเร่งแก้ไข” ศรีราชา กล่าว
ขณะเดียวกันยังมีชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อย่างน่าสงสัย เช่น การเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจสื่อสาร อาทิ ดีแทค ที่เข้ามาครอบงำกิจการสื่อสารในไทย
ทั้งนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงต้องเร่งผลักดันให้เกิดร่าง พ.ร.บ.ตัวแทนอำพราง พ.ศ. ... ให้เกิดขึ้นภายใน 23 เดือนข้างหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลและประเด็นต่างๆ ว่าจะต้องควบคุมในส่วนใดบ้าง ผ่านทางนักวิชาการ ก่อนที่จะไปเปิดประชาพิจารณ์ให้กับประชาชนทั่วไปได้รับทราบในราวเดือน ส.ค.นี้ เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งอำนาจของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพียงแต่ให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ
อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันข้อกฎหมายในประเทศไทยมี 6 ประมวลกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายของชาวต่างชาติ ขณะที่การนำมาบังคับใช้นั้นถือว่ายังไม่เป็นรูปธรรม เพราะขาดการจัดให้มีระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการให้มีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบโดยตรง หรือมีหน่วยเฉพาะกิจ ที่สำคัญจะต้องแก้ปัญหาการแอบแฝงการเข้ามาของคนต่างด้าวให้เป็นระบบ และเป็นแนวทางที่สังคมยอมรับได้ รวมทั้งเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหาทุกขั้นตอน
ศิริพร สัจจานันท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า การให้คนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดิน ต้องนำเรื่องผลกระทบต่อชุมชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มาเป็นประเด็นหนึ่งในการส่งเสริมหรืออนุญาตลงทุน ขณะเดียวกันต้องเพิ่มประสิทธิภาพตรวจสอบก่อนและภายหลังจดทะเบียน กรณีได้มาซึ่งที่ดิน ซึ่งอาจสงสัยว่าถือครองเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ควรเพิ่มบทลงโทษ ประสานข้อมูลหน่วยงานรัฐ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
สิ่งสำคัญที่จะแก้ปัญหาการบุกรุกของคนต่างด้าว คือ ต้องปลุกจิตสำนึกผู้ให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวถือครองอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มมีส่วนร่วมภาคประชาชนท้องถิ่น







