
กลุ่มโภคภัณฑ์จะฟื้นตัวหลังตรุษจีน
...เจียรนัย อุตะมะ
นักวิเคราะห์ กล่าวว่า กลุ่มโภคภัณฑ์ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก โดยจะฟื้นตัวหลังตรุษจีน จึงแนะนำซื้อหุ้นโภคภัณฑ์และเดินเรือ
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งผ่านโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และระบบขนส่งมวลชนของภาครัฐ ทำให้จีนซึ่งเป็นผู้บริโภคและนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลก กลับมานำเข้าสินแร่เหล็กและถ่านหินเพิ่มอีกครั้ง หลังจากที่ชะลอการนำเข้าในช่วงครึ่งหลังปี 2551 จากวิกฤตการเงินโลก ส่งผลให้ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากที่ทำจุดต่ำสุดที่ 663 จุด ช่วงต้นเดือนธ.ค. 2551 โดยปรับตัวขึ้นมาอยู่เหนือ 2,700 จุดในปัจจุบัน และคาดว่าจะขึ้นแตะระดับ 5,000 จุดภายในปีนี้ได้
ขณะที่ Howe Robinson Index ซึ่งเป็นดัชนีค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ ได้เริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ 329.6 จุด เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2552 มาปิดที่ 339.9 จุด เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2553 ทำให้มั่นใจว่าค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้วเช่นกัน หลังเทศกาลตรุษจีนธุรกรรมการเดินเรือจะกลับมาโดดเด่นอย่างน้อย 12 เดือน
จากข้อมูลในอดีตบ่งบอกว่าดัชนี BDI จะปรับตัวเป็นขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้งหลังวันตรุษจีน เนื่องจากจีนเริ่มกลับมาเร่งธุรกรรมการค้าอีกครั้ง ฝ่ายวิจัยจึงคาดว่าดัชนี BDI มีโอกาสปรับตัวขึ้นมายืนเหนือ 4,000 จุด อีกครั้งภายในระยะ 12 เดือนนี้ ส่งผลดีต่อบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) และบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL)
ขณะที่กลุ่มเรือตู้คอนเทนเนอร์อย่างบริษัท อาร์ซีแอล (RCL) คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากความคึกคักของธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศจีนเช่นกัน เนื่องจาก RCL มีสัดส่วนปริมาณการขนส่งที่จีนสูงถึง 16.8% ของปริมาณการขนส่งทั้งหมด
นอกจากนี้ RCL ยังได้รับประโยชน์จากการประกาศเขตปลอดภาษีอาเซียน (AFTA) ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553 เนื่องจาก RCL มีสัดส่วนการขนส่งประเทศในแถบอาเซียนสูงถึง 67.8% ของปริมาณขนส่งทั้งหมด ทำให้คาดหมายว่าผลการดำเนินงานของ RCL มีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่งวดไตรมาสแรกปี 2553 และคาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่งวดไตรมาส 3 ปี 2553
ดังนั้น จึงคงน้ำหนักการลงทุน
“มากกว่าตลาด” และเลือกหุ้น : TTA (ราคาที่เหมาะสม 34 บาท) RCL (ราคาที่เหมาะสม 12.90 บาท) ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า ฝ่ายวิจัยคาดหมายว่าหุ้นเดินเรือจะสามารถฟื้นตัวต่อเนื่องตามดัชนี BDI และ Howe Robinson Index ทำให้คาดว่าจะเป็นกลุ่มหนึ่งที่น่าจะมีโอกาสราคาปรับขึ้นเหนือตลาดได้บล.คันทรี่ กรุ๊ป ได้แนะนำการลงทุนหลังตรุษจีนให้ซื้อหุ้นโภคภัณฑ์
ฝ่ายวิจัยบล.ดังกล่าวเชื่อว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาถ่านหิน ราคาน้ำมันดิบ และดัชนี BDI จะมีโอกาสฟื้นตัวปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอีกครั้งหลังผ่านพ้นช่วงวันตรุษจีน เนื่องจากคาดว่าจีนจะมีแนวโน้มการนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกครั้งเหมือนเช่นทุกปี อีกทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มนี้ในอดีตก็มักจะปรับตัวขึ้นหลังวันตรุษจีนเช่นเดียวกัน
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมช่วงตรุษจีน คือ นักลงทุนควรเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดัชนี BDI ราคาถ่านหิน และราคาน้ำมันดิบ โดยให้ทยอยซื้อสะสม TTA PSL บริษัท บ้านปู (BANPU) หรือ Long TTAH10 ก่อนวันตรุษจีน 1 วัน และขายหลังวันตรุษจีนราว 2 สัปดาห์ จะสามารถให้ผลตอบแทนในรูปส่วนต่างราคา (Capital Gain) ที่ดีที่สุดภายใต้สมมติฐานว่า สถานการณ์ทางการเมืองไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น







