
อุ่นใจ พลัส
...เมืองไทยประกันชีวิต
ผู้อ่านที่เป็นแฟนประจำของคอลัมน์นี้ คงได้เคยได้ยิน หรือคุ้นๆ กับ โครงการ “ผ่อนอุ่นใจ...ไร้กังวล” หรืออีก หลายๆ ท่านอาจจะเป็นลูกค้าและได้เข้าร่วมโครงการฯ นี้กันแล้ว ซึ่งรายละเอียดของโครงการฯ ดังกล่าว ผู้เขียนเคยนำมาบอกเล่าให้รับทราบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มาถึงปีนี้ที่เริ่มต้นศักราชใหม่กันมาได้ไม่ถึงเดือน เป็นปีที่ใครๆ ก็ว่าจะเป็นปีเสือดุบ้างล่ะ เป็นปีชงของใครหลายๆ คนบ้างล่ะ แต่ในสิ่งที่ไม่ดี ก็ยังมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น กับภาคต่อของโครงการ “ผ่อนอุ่นใจ...ไร้กังวล”
โครงการ
“อุ่นใจ พลัส”เป็นโครงการฯ ที่ร่วมกันระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ 2 บริษัทเดิม นั้นคือ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต และบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย ในการมอบความคุ้มครองให้กับลูกค้าที่เช่าซื้อสินค้าของซิงเกอร์ประเทศไทยตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระ โดยมอบความคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี ตามวงเงินการเช่าซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมอบความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้กับลูกค้าทุกรายที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวน 3 หมื่นบาท และคุ้มครองเพิ่มเป็น 2 เท่า กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสาธารณะ รวมถึงความคุ้มครองกรณีสูญเสียสายตา หรือมือ หรือเท้า ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ด้วย
ความคุ้มครองจะมีผลบังคับตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระ จนถึงวันที่สัญญาเช่าซื้อสินค้าที่ลูกค้าทำไว้กับซิงเกอร์ประเทศไทยสิ้นสุดลงตามเงื่อนไขของซิงเกอร์ โดยจำนวนเงินความคุ้มครองที่ลูกค้าได้รับจะคงที่ตลอดสัญญา ถึงแม้ว่ายอดหนี้ค้างชำระจะลดลง
กรณีถ้าลูกค้าเสียชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต จะจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับซิงเกอร์ประเทศไทยเพื่อปิดบัญชีเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่ และเงินสินไหมทดแทนส่วนที่เหลือจะมอบให้กับผู้รับประโยชน์ซึ่งเป็นผู้ที่ลูกค้าระบุไว้
ผู้อ่านอาจจะยังงงๆ เพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนขอยกตัวอย่างดังนี้
นายอุ่นใจ ซื้อตู้เย็น ในราคา 1.8 หมื่นบาท โดยทำสัญญาผ่อนชำระค่าสินค้าเป็นรายเดือน เดือนละ 1,500 บาท ระยะเวลาการผ่อนชำระ 12 เดือน และลูกค้าได้สมัครเข้าร่วมโครงการ
“อุ่นใจ พลัส” นายอุ่นใจจะได้รับความคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณีในวงเงิน 2 หมื่นบาท และความคุ้มครองการเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุอีก 3 หมื่นบาท ตลอดสัญญา 12 เดือนหลังจากจ่ายชำระค่าผ่อนสินค้าไปเพียง 3 เดือน รวมเป็นเงินที่จ่ายชำระไปทั้งสิ้น 4,500 บาท เหลือยอดที่ค้างชำระจำนวน 1.35 หมื่นบาท
กรณีที่ 1 ถ้านายอุ่นใจเสียชีวิตจากสาเหตุทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่จากอุบัติเหตุ ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน (หลังหักยอดค่าสินค้าที่ค้างชำระแล้ว) จำนวน 6,500 บาท พร้อมทั้งได้รับกรรมสิทธิ์ของตู้เย็น
กรณีที่ 2 ถ้านายอุ่นใจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน (หลังหักยอดค่าสินค้าที่ค้างชำระแล้ว) จำนวน 3.65 หมื่นบาท พร้อมทั้งได้รับกรรมสิทธิ์ของตู้เย็น
กรณีที่ 3 ถ้านายอุ่นใจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสาธารณะ เช่น จากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารประจำทาง ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน (หลังหักยอดค่าสินค้าที่ค้างชำระแล้ว) จำนวน 6.65 หมื่นบาท พร้อมทั้งได้รับกรรมสิทธิ์ของตู้เย็น
จากตัวอย่างจะเห็นว่าลูกค้าเช่าซื้อของซิงเกอร์ประเทศไทย สามารถอุ่นใจได้กับภาระหนี้สินดังกล่าว โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการดีๆ นี้ได้ที่ร้านซิงเกอร์ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน







