
mai ร้องกลต.ออกกฎกันถูกฮุบ
สมาคม บจ.ในตลาดเอ็ม เอ ไอ วอน ก.ล.ต.ออกเกณฑ์ป้องกันการถูกแอบเทกโอเวอร์
สมาคม บจ.ในตลาดเอ็ม เอ ไอ วอน ก.ล.ต.ออกเกณฑ์ป้องกันการถูกแอบเทกโอเวอร์
นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม อุปนายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า สมาคมจะยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาออกหลักเกณฑ์ป้องกันการถูกครอบงำกิจการแบบไม่เป็นมิตร (ฮอสไทล์ เทกโอเวอร์) ในหุ้นเอ็ม เอ ไอ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของบริษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นลงต่ำกว่า 51% ของทุนชำระแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องหุ้น (ฟรีโฟลต) และเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาลงทุนในตลาดเอ็ม เอ ไอได้
“ตอนนี้เราจัดตั้งสมาคมเรียบร้อยแล้ว เรื่องแรกที่จะทำคือ การแก้ปัญหาฟรีโฟลตของหุ้นเอ็ม เอ ไอ เพราะเห็นว่าเป็นอุปสรรคสำคัญที่ปิดกั้นการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน ทั้งๆ ที่หุ้นเอ็ม เอ ไอ หลายตัวให้ผลตอบแทนสูง และมีอัตราการเติบโตเร็ว แต่ตอนนี้เจ้าของหุ้นเอ็ม เอ ไอ ถือหุ้นเกิน 51% ทั้งนั้น เพราะกลัวถูกเทกฯ ดังนั้นทางการน่าจะออกเกณฑ์มาปกป้องมากขึ้น เจ้าของจะได้กล้าปล่อยหุ้นออกมา ซึ่งเราได้คุยประเด็นนี้กับทางการบ้างแล้ว แต่ก็ยังมองภาพตรงนี้ไม่ชัด” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแล้ว ตลาดหลักทรัพย์กับสมาคมอาจจะร่วมมือกันกำหนดรายชื่อหุ้นเอ็ม เอ ไอ ที่มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการลงทุน เหมือนกับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ที่มี SET100SET50 และคาดว่าการหารือจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช คณะกรรมการกำกับตลาดทุน เปิดเผยว่า การออกกฎเกณฑ์จะต้องพิจารณาจากหลักการและเหตุผลที่สมาคมจะเสนอเข้ามา ซึ่งต้องดูด้วยว่ามีจุดมุ่งหมายอย่างไร และมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ แต่โดยทั่วไปตลาดเอ็ม เอ ไอ กับ SET ไม่จำเป็นต้องมีเกณฑ์ที่เหมือนกัน เพราะบริษัทในเอ็ม เอ ไอ ต้องการเติบโต ถ้าหากเกณฑ์เข้มงวดเกินไปคงไม่เหมาะสม ดังนั้นการผ่อนปรนอาจทำได้ในบางกรณี
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัทเอ็ม เอ ไอ มีขนาดเล็ก เสี่ยงที่จะถูกเทกโอเวอร์ได้ง่าย โดยเฉพาะบริษัทที่มีกิจการดี พี/อีต่ำกว่าพื้นฐาน ให้เงินปันผลสูง มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ ดังนั้นถ้าเจ้าของปล่อยหุ้นออกมามาก ก็มีโอกาสถูกเทกโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตรได้ง่าย ซึ่ง บจ. เอ็ม เอ ไอ ก็เข้าเกณฑ์ค่อนข้างมาก
“เข้าใจความกังวลของผู้บริหาร บจ.เอ็ม เอ ไอ ถือเป็นเรื่องที่มีเหตุผล แม้ตลาดทุนปัจจุบันจะเปิดเสรี แต่ควรจะเป็นเรื่องการซื้อขาย การระดมทุน ส่วนการเทกโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร ไม่ควรให้ทำแบบเสรี โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก เพราะอาจเป็นผลเสียมากกว่าดี” นายสมบัติ กล่าว
นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า การออกเกณฑ์เรื่องนี้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนบางกลุ่มฉวยโอกาสหาประโยชน์กับบริษัทขนาดเล็กที่ใช้เงินจำนวนไม่มากก็สามารถซื้อหุ้นได้ 5-10% และยังเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้ด้วย
“บางกลุ่มเห็นโอกาสก็เข้าไปเก็บหุ้นเพื่อเทกโอเวอร์ หวังแค่เข้ามาหาประโยชน์แล้วก็ทิ้งหุ้นไป ซึ่งสร้างความเสียหายให้บริษัทและผู้ถือหุ้นได้” นายรณกฤต กล่าว
ปัจจุบันมีหุ้นเอ็ม เอ ไอ ที่มีความเสี่ยงถูกเทกโอเวอร์มากพอสมควร เพราะส่วนใหญ่มีทุนน้อย หรือมีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำ ขณะที่บางบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) สูง ซึ่งอาจจะถูกบังคับให้หาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนและถูกเทกโอเวอร์ในที่สุด







