
เกาะติดสถานการณ์
เตือนอุตฯ รับมือน้ำตาลแพงขาดตลาด
นายอมร งามมงคลรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า จากการที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ที่มีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2553 อาจส่งผลให้ราคาน้ำตาลในประเทศปรับตัวสูงขึ้น และอาจก่อให้เกิดการขาดแคลน จากการที่ผู้ประกอบการหันไปส่งออกเพิ่มด้วยการลักลอบเกินโควตา ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการผลิต ควรเตรียมหาแนวทางป้องกันและรับมือ ลดใช้น้ำตาล ปรับสูตรอาหาร ใช้วัตถุดิบทดแทน เป็นต้น
แผนอุตสาหกรรมฉบับใหม่
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) แจ้งว่า ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับทิศทางอุตสาหกรรมของประเทศใหม่ ใช้ 3 เป้าหมายเป็นตัวนำ ได้แก่ ให้ความสำคัญกับตลาดเอเชีย อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม และเรื่องมาตรฐาน เนื่องจากญี่ปุ่นมองว่าตลาดโลกจะหันมาที่เอเชียมากขึ้น เช่น จีน อินเดีย อาเซียน โดยมองไทยเป็นเป้าหมายสร้างฐานการผลิตเพื่อส่งออกอาเซียนและประเทศใกล้เคียง ลดค่าขนส่ง ส่วนสิ่งแวดล้อม ญี่ปุ่นมองว่า เป็นแนวโน้มตลาดในอนาคต ทำให้เป็นที่มาของมาตรฐานใหม่ๆ ญี่ปุ่นจึงต้องการทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับไทย
ขานรับระบายข้าวผ่านเอเฟท
นายนิทัศน์ ภัทรโยธิน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือเอเฟท ขานรับนโยบายรัฐบาลระบายข้าวผ่านเอเฟทรายเดือน รวม 2 ล้านตัน เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อตลาดข้าว ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างเป็นธรรมกับทุกกลุ่ม ทั้งผู้ส่งออก โรงสี ผู้ผลิตข้าวถุง ผู้ค้าข้าว (หยงข้าว) เป็นต้น ส่งผลให้ราคาในแต่ละช่วงเวลาสอดคล้องกับสภาวะตลาดที่แท้จริง และสามารถป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้มากขึ้น







