
ลงทุนในทองแบบรักพี่เยดายน้อง
เมื่อผมมองดูเวทีการลงทุนในปัจจุบัน ผมมีความรู้สึกว่าผมได้เคยดูละครเรื่องนี้มาก่อน
เมื่อผมมองดูเวทีการลงทุนในปัจจุบัน ผมมีความรู้สึกว่าผมได้เคยดูละครเรื่องนี้มาก่อน
โดย..ธีระ ภู่ตระกูล
ปัญหาหนี้สาธารณะและงบประมาณติดลบในแถบยุโรปและอเมริกาก็มีความไม่แน่นอนสูง และยังไม่ได้แก้ไขอย่างจริงจัง ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็เริ่มที่จะเป็นปัญหามากขึ้นทุกวัน ผมไม่แน่ใจว่านี้คือ “ฉาก 2” ของละครระทดที่ทุกคนกำลังพูดถึงหรือไม่ (ฉาก 1 คือวิกฤต Subprime เมื่อปี 2551) ความกลัวเหล่านี้ได้ผลักให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นถึง 1,545 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 6 เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อน ผมมีทองคำเป็นจำนวนหนึ่งในพอร์ตของผมอยู่แล้ว โดยผมได้ลงทุนผ่าน ETF Gold SPDR และนอกจากนี้ผมก็มีการลงทุนในกองทุนรวมเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและเหมืองแร่ (Natural Resources and Mining Fund) อย่างไรก็ตาม ในการสัมมนาเกี่ยวกับการลงทุนที่ผ่านมาไม่นาน ผมเพิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ นั่นคือที่ผ่านมาราคาทองคำและหุ้นเหมืองทองมีการเพิ่มขึ้นและลดลงควบคู่กันไป แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ส่วนราคาหุ้นบริษัทเหมืองทองเพิ่มขึ้นเพียงแค่เท่าตัว (กรุณาดูชาร์ตด้านล่าง) ทำให้เกิดคำถามว่าผมควรจะมีหุ้นในเหมืองทอง หรือแค่ลงทุนในทองคำก็เพียงพอแล้ว พูดอีกนัยหนึ่งคือ “รักพี่เสียดายน้อง”
เมื่อเหมืองต่างๆ มีอายุเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้การขุดทองคำทำได้ยากขึ้นและแพงขึ้น แร่ที่ได้มาก็จะมีส่วนผสมของโลหะน้อยลง โดยคุณภาพเฉลี่ยลดลงประมาณร้อยละ 30 ตั้งแต่ปี 2542 และแร่ที่ขุดได้อยู่ลึกขึ้น ทำให้การนำขึ้นมาลำบาก ค่าเชื้อเพลิง ค่าแรงและค่าอุปกรณ์ก็แพงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั่วโลกทำให้มีความต้องการแรงงานและหัวเจาะมากขึ้น เมื่อสิบปีก่อนฐานต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยในการแยกทองคำ 1 ออนซ์จากพื้นดินจะอยู่แค่ 200 เหรียญสหรัฐ แต่ในปี 2553 การแยกทองคำดังกล่าวมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงถึง 857 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ นอกจากนี้การค้นพบแหล่งแร่ใหม่เพื่อทดแทนแหล่งเดิมที่แร่หมดไปแล้วก็มีความลำบากมากขึ้น บริษัทที่ปรึกษาด้านเหมืองแร่ Metals Economic Group ประมาณการว่า ในปี 2545 บริษัทเหมืองทองได้ลงทุนประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐในการสำรวจ แต่ในปี 2551 พวกเขาต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการค้นหาทองคำที่มีปริมาณน้อยลง พูดอีกนัยหนึ่งคือทองคำที่หาได้ง่ายๆ ถูกค้นพบหมดแล้ว
ผลก็คือบริษัทขุดเจาะทองคำใหญ่ๆ ได้หันไปซื้อเพื่อที่จะควบรวมกิจการบริษัทอื่นเพื่อเพิ่มทองคำสำรองของตน บริษัทที่รวมตัวกันมักจะหาวิธีตัดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยส่วนมากจะมีการลงทุนในการสำรวจลดลงเมื่อเทียบกับเมื่อต้องแยกกันจ่าย ซึ่งจะทำให้โอกาสค้นพบทองคำลดน้อยลงเช่นกัน ในปี 2550 เหมืองทองคำทั่วโลกผลิตทองคำได้ 2,689 ตัน ถึงแม้ว่ามีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น แต่ปริมาณที่ขุดได้ก็เพิ่มขึ้นกว่า 10 ปีก่อนไม่มากนัก นอกจากนี้การลงทุนในเหมืองก็มีความเสี่ยงที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับราคาของโลหะ การควบรวมกิจการของบริษัทเป็นเรื่องยากและมีโอกาสสูงของความล้มเหลว มิหนำซ้ำปริมาณทองคำสำรองในอเมริกาเหนือและออสเตรเลียก็เริ่มลดน้อยลง ด้วยเหตุนี้บริษัทขุดเจาะทองคำก็จำเป็นที่จะต้องลงทุนในการสำรวจในประเทศที่มีอันตรายเพิ่มขึ้น เช่น ในละตินอเมริกาและแอฟริกา การลงทุนมหาศาลอาจมาพร้อมกับผลตอบแทนที่ผิดหวัง ถ้าหากเหมืองดังกล่าวมีปริมาณโลหะน้อยกว่าที่คาดหมายไว้
อีกเหตุผลหลักสำหรับการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำคือเครื่องมือทางการเงินแบบใหม่ที่ล่อตาล่อใจ ที่เรียกว่า ExchangeTraded Funds (ETFs) โดยมีทองคำแท้เป็นเดิมพัน ETF ทำให้นักลงทุนสามารถสัมผัสกับราคาทองคำโดยตรงโดยไม่ต้องสัมผัสกับความผันผวนของราคาหุ้นของบริษัทขุดเจาะทองคำ Gold ETF กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ในเวลาน้อยกว่า 10 ปี กองทุนดังกล่าวเริ่มจากที่ไม่มีทองคำอยู่ในครอบครองเลย จนกลายเป็นมีทองคำอยู่ในครอบครองถึง 2,200 ตัน หรือเกือบเท่ากับอัตราการผลิตทองคำทั่วโลกใน 1 ปี
กองทุนทองคำที่มีการซื้อขายอยู่ในประเทศไทย ณ เดือน พ.ค. 2554 มีมูลค่ารวม 1.4 หมื่นล้านบาท และมีผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจมาก โดยผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 8 ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ และประมาณร้อยละ 18 ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังไม่อยากจะทิ้งหุ้นของบริษัทเหมืองแร่ทั้งหมด ทองคำเป็นข้อยกเว้น เนื่องจากมีความไม่แน่นอนในตลาดเงินปัจจุบัน แต่สินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อาทิ น้ำมัน สินค้าการเกษตร (น้ำตาล ข้าวโพด ข้าวสาลี) ให้ผลตอบแทนที่ด้อยกว่าหุ้นในบริษัทเหมืองแร่ เหมือนการลงทุนอื่นๆ ทองคำก็ไม่มีข้อยกเว้น การแบ่งแยกการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญ ผมมั่นใจว่าในระยะยาวคุณจะได้ผลตอบแทนที่พอใช้หากพอร์ตการลงทุนของคุณมีการแบ่งระหว่างกองทุนทองคำ (Gold ETFs) และกองทุนเหมืองแร่และทรัพยากรธรรมชาติ







