
ไอทีคอนซูเมอร์แตะ8หมื่นล.
คาดโตตามเศรษฐกิจที่เชื่อว่าดีขึ้น ลุ้นช่วยดันภาพรวมถึง2แสนล้าน
โพสต์ทูเดย์
— เออาร์ไอพี คาดตัวเลขตลาดผู้บริโภคไอทีปีนี้แตะ 8 หมื่นล้านบาท โต 10% ดันภาพรวมไอทีไทยปี 2553 มูลค่า 2 แสนล้านบาท พร้อมจัดงานคอมมาร์ตกระตุ้นตลาดไอที ตั้งเป้าเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาทนายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที คอมมาร์ต เปิดเผยว่า ตลาดผู้บริโภคไอทีปี 2553 คาดว่าเติบโต 10% มูลค่า 8 หมื่นล้านบาท จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น จากเดิมปีที่ผ่านมามูลค่าประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ตลาดไอทีรวมปีนี้มีโอกาสเพิ่มเป็น 2 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าตลาดไอทีรวมควรจะมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาท แต่จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้การเติบโตช่วง 23 ปีที่ผ่านมาไม่เป็นตามที่คาด
ทั้งนี้ การจัดงานคอมมาร์ตครั้งแรกในปี 2553 คาดว่าเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ยังต้องรอดูการจัดโปรโมชันของพันธมิตรที่มาออกบูธหากจัดโปรโมชันแรงอาจกระตุ้นกำลังซื้อได้มากขึ้น เพราะมีปัจจัยบวกคือการเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งส่วนของคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก โดยเฉพาะการเปิดชิปประมวลผลใหม่คอร์ไอแฟมิลีของอินเทล ทำให้ผู้บริโภครอที่จะมาซื้อในงานคอมมาร์ต
สำหรับสินค้าไฮไลต์ในปีนี้คาดว่าจะยังอยู่ที่เครื่องโน้ตบุ๊ก ที่คาดว่าราคาจะอยู่ในระดับหมื่นกลางๆ ปีที่ผ่านมามีผู้บริโภคมาซื้อโน้ตบุ๊กในงานประมาณ 40% เครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและเครื่องพรินเตอร์ที่ขายดีในกลุ่มเอสเอ็มอี นอกนั้นจะเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงและสตอเรจ
ทั้งนี้ ภายในงานนอกจากส่วนของสินค้าไอทีแล้ว ปีนี้เป็นครั้งแรกที่จะเปิดส่วนของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งได้จับมือกับบริษัท ดิจิตอล เบสท์บาย มีสินค้าแอลซีดีทีวี และการเปิดบูธของสมาร์ตโฟนอย่างชัดเจน มีระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย เช่น บีบี ไอโฟน เน็กซัส ซิมเบียน เพราะผู้ผลิตไอทีมีการนำสมาร์ตโฟนเข้ามาทำตลาดหลายรายแล้ว รวมถึงการเปิดบูธของซอฟต์แวร์โดยเฉพาะซอฟต์แวร์แอนติไวรัสที่จะมีเป็นรูปธรรมมากขึ้นผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจใช้สินค้าลิขสิทธิ์ซึ่งมีราคาต่ำลงมากเมื่อเทียบกับในอดีต
“
การสื่อสารกับผู้บริโภคจะมีการใช้สื่อทางเว็บเครือข่ายสังคม เช่น ทวิตเตอร์เฟซบุ๊ก ฟลิกเกอร์ และยูทูบ เพื่อนำเสนอไฮไลต์ของงาน แต่ยอมรับว่างานคอมมาร์ตครั้งนี้มีความกดดันจากตลาดพอสมควร เพราะปีนี้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกมามาก ผู้บริโภคอยากเห็นและอยากทดลองใช้” นายปฐม กล่าวนายปฐม กล่าวว่า เออาร์ไอพีเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะเห็นว่าปีนี้เป็นจังหวะดีเพื่อเตรียมระดมทุนช่วงไตรมาส 23 ปีนี้ มีแผนที่จะทำสื่อครบวงจรในลักษณะไฮบริดมีเดีย และจะมีการจัดงานสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อีก 1 งานในปีนี้นอกเหนือจากคอมมาร์ตที่จัด 3 ครั้งต่อปี
ทั้งนี้ งานคอมมาร์ต จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1821 มี.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์







