
เงินบาทอ่อนค่าใกล้แตะ 30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้ (27มิ.ย.1 ก.ค. 2554)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้ (27มิ.ย.1 ก.ค. 2554)
โดย..วารุณี สิทธิถาวร
ว่า น่าจะเคลื่อน ไหวในกรอบ 30.4030.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. อัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.
สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลก ที่น่าจะมีจุดสนใจอยู่ที่สัญญาณแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การพิจารณาแผนรัดเข็มขัดทางการคลังของรัฐสภากรีซ รวมถึงข้อมูลที่สำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนีภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย รายได้รายจ่ายส่วนบุคคล และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานเดือน พ.ค. และจำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินเหรียญสหรัฐ ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ขณะที่ความหวังต่อมาตรการช่วยเหลือทางการเงินสำหรับกรีซที่ทันเวลา เป็นแรงหนุนสินทรัพย์เสี่ยง สกุลเงินเอเชียและเงินบาท อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลง และปรับตัวอ่อนค่าตลอดจนถึงท้ายสัปดาห์ หลังเฟดแถลงการณ์ไม่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าจะมีมาตรการ QE เพิ่มเติม แม้จะให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยืนระดับต่ำต่อไป
นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันจากความต้องการเงินเหรียญสหรัฐ จากกลุ่มผู้นำเข้าในช่วงท้ายสัปดาห์ ส่งผลให้วันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ 30.65 หลังอ่อนค่าสุดระหว่างวันใกล้ 30.70 เทียบกับระดับ 30.56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 มิ.ย.)
ตลาดเงินและตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคาร ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่องอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) อยู่ที่ระดับ 2.90% ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน อยู่ที่ 3.00% ไม่เปลี่ยนแปลง
สัปดาห์นี้ 27 มิ.ย.1 ก.ค.นี้ ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคาร และเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ คงจะมีการเตรียมสภาพคล่องรองรับการเบิกถอนเงินสดในช่วงสิ้นเดือน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวใกล้ระดับ 3.00%
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.75% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นจาก 3.62% ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น ตามจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.91% ขยับลงจาก 2.94% ในวันศุกร์ก่อนหน้า หลังนายกรัฐมนตรีของกรีซผ่านการลงมติไว้วางใจจากรัฐสภา ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลไปส่วนหนึ่ง
เงินยูโรและเงินเยน
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ จากความหวังเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มการค้ำประกันของ EFSF ขึ้นไปที่ 7.8 แสนล้านยูโร (จาก 4.4 แสนล้านยูโร) และกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอลงเป็นปัจจัยกระตุ้นการเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง และกดดันเงินยูโรและเงินเยนอ่อนค่าลง
ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรอยู่ที่ 1.4222 เทียบกับ 1.4278 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในวันศุกร์ก่อนหน้า ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 80.18 จาก 80.13 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
ตลาดทุน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,022.94 จุด เพิ่มขึ้น 0.39% จากสัปดาห์ก่อน จากโดยนักลงทุนรายย่อย บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ แต่ต่างชาติขายสุทธิ และโดยตลาดผันผวนจากนักลงทุนชะลอการลงทุน เพราะกังวลปัญหากรีซและวิตกการเมืองหลังการเลือกตั้ง







