
แวดวงสงฆ์
วันนี้ ประสกตุ้ย...ขอทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวในแวดวงสงฆ์ไทยแทน
วันนี้ ประสกตุ้ย...ขอทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวในแวดวงสงฆ์ไทยแทน
โดย..ประสกตุ้ย
อาจารย์สมาน ที่เดินทางไปยุโรป อาทิตย์หน้าท่านก็คงมาพบกับท่านผู้อ่านเช่นเคย
เริ่มต้นด้วยข่าว พระรูปที่ทำท่าแพลงกิงโผล่เน็ตก่อนนี้ ตอนนี้ถูกเจ้าอาวาสจัดการให้ออกจากวัดไปเรียบร้อยแล้วหลังมีผู้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันให้ดำเนินการกับพระรูปดังกล่าว ประสกตุ้ย บอกตรงๆ รู้สึกเห็นใจพระหนุ่มรูปนั้นเหมือนกัน การลงโทษด้วยการให้ออกจากวัด (ถ้าเฉพาะเรื่องนี้กรณีเดียว) ค่อนข้างหนักและข้ามขั้นตอนไปหน่อย เพราะการทำแพลงกิงก็ไม่ได้เป็นการผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงถึงขั้นทำให้ต้องขาดจาก “ภาวะความเป็นพระ” และก็ไม่ได้เป็น “โลกวัชชะ” แบบ “อุกฉกรรจ์” เหมือนอย่างกินเหล้าเมายาเดินเป๋ไปมาจีวรลากพื้นปฐพี
กรณีนี้ยอมรับเป็นจริยาที่ไม่เหมาะกับสมณเพศจริงๆ คือพระเณรไปทำแล้วมันดูน่าเกลียดอลังการ ไม่น่ามอง เป็นที่เสื่อมศรัทธา ชาวบ้านเห็นก็คงอดหมั่นไส้ไม่ได้ ชาวบ้านบางคน (หลุด) นะ...ซีเรียสกับพระแบบเอาเป็นตาย ปากเร็วใจเร็วแช่งชักหักกระดูก... อย่างนี้น่าหัวทิ่มดิ่งลงบันได (ก็คิดว่ามี)
การทำแพลงกิงไม่ใช่กิจสงฆ์แน่!!! และไม่ใช่สิ่งที่พระเณรจะทำได้ เพราะทำแล้วไม่น่าดู ไม่งาม ไม่สมกับภาวะของสมณะ ที่ภาพลักษณ์ต้องงามและสงบทั้งภายในและภายนอก (ถ้าจะทำนอนทำสมาธิดีกว่า แต่คงไม่ต้องออกสื่อแบบนี้นะ) ประสกตุ้ย ว่าวิธีลงโทษที่ดีที่สุดและเป็นธรรมที่สุดกับพระหนุ่มแพลงกิง คือ “เตือนก่อนขับ” หมายถึง ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังยัง “ขัดขืน” ทำอีก คงไม่ต้องถึงครั้งที่ 3 เพราะถือว่าเป็น “ทุพพจบุคคล” สอนยากสอนเย็นไปแล้ว เข้าใจว่าที่ท่านทำไปคงเกิด คะนองมือคะนองเท้า แล้วขาดสติระลึกรู้ว่าตนห่มผ้าเหลือง ศีรษะโล้นอยู่
จึงอยากฝากเตือนสติ ภิกษุหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลาย ด้วยความเคารพและเป็นห่วง เพื่อความงอกงามของท่านเองและความยั่งยืนมั่นคงของพระศาสนา และความรู้สึกของชาวบ้าน ก่อนจะทำอะไร พยายามมีสติให้มาก ใช้ปัญญาให้เข้มข้น เอา ขันติ โสรัจจะ ธรรมะเสริมความงามง่ายๆ มาบังคับใช้ แล้วเรื่องพิเรนทร์ๆ พรรค์นี้คงไม่เกิดขึ้นทั้งในที่ลับและแจ้งเช่นนี้
เรื่องพระแพลงกิงผ่านไปแหม็บๆ ตอนนี้ก็มี สามเณรแต๋วพับเพียบไทยแลนด์ เผยแพร่ภาพบนเน็ต อีกแล้ว ไม่รู้เป็นไง ประสกตุ้ย เคยสังเกตนะ เวลามีข่าวเสื่อมเสียของพระของเณร “กระตุกขา” คณะสงฆ์ไทยคราใด ก็มักจะมีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้นตามมาเป็นระลอก เหมือนเป็น “โปรโมชันแจกแถม” อะไรยังงั้น มีหนึ่งแล้วต้องมีสองตามมาติดๆ ไม่เป็นเรื่องทำนองเดียวก็แนวอื่น แต่ก็ “แง่ไม่งาม” อีกนั่นแหละ
ภาพสามเณรกะเทยพับเพียบไทยแลนด์ ไม่เกินความคาดหมาย ของ “ประสกตุ้ย” เพราะผู้ที่มีจริตจกร้านกล้าแต่งหน้า ทาปากห่มจีวรแบบเกาะอก (ทั้งที่ไม่มีอกให้เกาะ) สไบเฉียงรัดติ้ว ขนาดนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ ลองจับกลุ่มกันดูเมื่อไหร่แล้วจะรู้ว่า นรก...ก็มีสิทธิแตก แม้จะมีกาสาวพัสตร์อร่ามปิดกายก็ตาม
ที่พูดเนี่ย เห็นนะ...ไม่ใช่ไม่เห็น รู้นะ...ไม่ใช่ไม่รู้ คนเหล่านี้คณะสงฆ์ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ “ประสกตุ้ย” ขอเสนอให้ทำบัญชีพระเณรกลุ่มนี้ไว้ ไม่ใช่เอาไปทำมิดีมิร้ายหรอก แต่ข้อมูลแบบนี้คณะสงฆ์ควรต้องมีและเก็บเป็นข้อมูลลับ เชื่อว่ามีประโยชน์ต่อการบริหารคณะสงฆ์แน่นอน แล้วคณะสงฆ์ก็คงจะคิดเองแหละว่า ทำอย่างไรให้เขาเหล่านี้เจริญงอกงามและเป็นกำลังของพระศาสนา เพราะคนเหล่านี้หัวกะทิมีเยอะ
ส่วนใครที่เป็นแฟนๆ ธรรมะของนักเผยแผ่รุ่นใหม่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี พักนี้อาจรู้สึกว่าท่านหายหน้าหายตาไป ความจริงแล้ว พระนักเผยแผ่ท่านนี้ไม่ได้หายหน้าไปไหน เพียงแต่ไปทำหน้าที่เผยแผ่ศาสนกิจเท่านั้นเอง โดยได้ไปตระเวนแสดงธรรมะให้คนไทยและชาวพุทธที่ประเทศแถบยุโรปฟัง เนื่องจากมีคนไทยและชาวพุทธที่นั่นเรียกร้องอยากฟังเทศน์อย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางไปตั้งแต่เดือน พ.ค. และมีกำหนดจะกลับช่วงปลายปีนี้
สำหรับประเทศที่ท่านไปมาแล้วก็มี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และตอนนี้กำลังอยู่ที่ประเทศสวีเดน ส่วนสิ้นเดือน มิ.ย.จะเดินทางไปฟินแลนด์







