
งานฝีมือรูปปั้นนูนต่ำ ผลผลิตจาก..กระดาษผักตบชวา
แนวคิดการผลิตกระดาษจากผักตบชวา กระดาษที่ทำจากขยะในแม่น้ำลำคลองที่หลายคนมองว่าไม่มีค่า
แนวคิดการผลิตกระดาษจากผักตบชวา กระดาษที่ทำจากขยะในแม่น้ำลำคลองที่หลายคนมองว่าไม่มีค่า
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
เป็นต้นเหตุทำให้น้ำเน่าเสีย ปัจจุบันสามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนอย่างมากมาย แถมช่วยลดโลกร้อน ลดการตัดไม้ทำลายป่าได้อีกต่างหาก
จันทิพย์ ช่วงบุญศรี ประธานกลุ่มแสงประทีป วิสาหกิจชุมชน ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากกระดาษผักตบชวา กล่าวว่า ปัญหาผักตบชวาล้นคลองเป็นปัญหาที่คนอาศัยอยู่ริมคลองต้องเจอกันทุกบ้าน เพราะแต่ละบ้านจะปลูกผักตบชวาไว้เพื่อกันน้ำเซาะตลิ่ง แต่ผักตบชวาเป็นพืชที่เจริญเติบโตรวดเร็ว จนทำให้มีจำนวนมากเกินความจำเป็น กลายเป็นขยะ ส่งผลให้น้ำในบริเวณนั้นเน่าเสีย ไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้
เมื่อเห็นขยะล้นคลองอย่างนี้อยู่ทุกวัน จึงเริ่มเก็บผักตบชวาขึ้นมาดูว่าสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง กระทั่งค้นพบว่าพืชเหล่านี้มีเส้นใยเหนียว นำมาแปรรูปเป็นกระดาษที่มีพื้นผิวสวยงาม ได้สีสันตามธรรมชาติ มีลักษะคล้ายกับกระดาษสา หากผลิตสินค้าที่ทำจากผักตบชวาได้ น่าจะสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ช่วยลดจำนวนขยะผักตบชวาที่มีอยู่ให้ลดลง รวมทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ปรับภูมิทัศน์ในแม่น้ำลำคลองให้ดูสวยงามมากขึ้น
การรวมกลุ่มเป็นกลุ่มแสงประทีป วิสาหกิจชุมชน ต.บางม่วง เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาจึงเกิดขึ้น เพราะทุกคนในหมู่บ้านอยากให้ชุมชนมีสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเหมือนชุมชนอื่นๆ ที่ผลิตสินค้าจนได้รับรางวัล จึงเริ่มรวมกลุ่มกันพัฒนาและผลิตสินค้าจากผักตบชวา ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ 100%
ช่วงแรกใช้เวลาศึกษาลองผิดลองถูกอยู่นานในการทำกระดาษ เพราะกว่าจะออกมาเป็นกระดาษที่เป็นแผ่นเรียบ ใช้งานได้เหมือนในปัจจุบันต้องศึกษาวิธีทำอยู่หลายปี เมื่อได้กระดาษที่ต้องการแล้ว ก็นำออกขายเป็นกระดาษห่อของขวัญ ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ พัฒนาเพิ่มมูลค่าให้สินค้าทำเป็นบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ กรอบรูป กล่องทิชชู โดยเน้นการขายหลักไปที่กระดาษแผ่นมากกว่า
เมื่อลูกค้าเริ่มรู้จัก เห็นถึงความสวยงามและคุณลักษณะเฉพาะที่มีในกระดาษจากผักตบชวา ก็มีการสั่งซื้อกระดาษที่มากขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ซื้อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่หลากหลาย
เบื้องต้นขายกระดาษอยู่ในราคาแผ่นละ 20 บาท แต่เมื่อมีการซื้อกันมากๆ เข้า ก็ถูกกดราคาจากพ่อค้าที่มาซื้อกระดาษต่อ ทำให้ขายไม่ได้ในราคาที่กำหนด จึงเริ่มมีการพัฒนาเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากขึ้น ด้วยการลองผลิตภาพพิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษผักตบชวาแล้วนำมาวางขาย ซึ่งลูกค้าก็ให้ความสนใจ เพราะภาพที่ออกมาสวย ดูมีมิติ เพราะกระดาษมีเส้นใยและเยื่อกระดาษที่สวยงาม
ต่อมาได้ไปเรียนรู้เทคนิคการทำภาพนูนต่ำ จึงนำมาประยุกต์ใช้ โดยเทคนิคการทำภาพนูนทำจะมีบล็อกปูนปั้นสำหรับขึ้นรูป ก็ใช้กระดาษผักตบชวาใส่ลงไปในบล็อกอัดให้แน่น นำมาตากให้แห้ง หลังจากนั้นก็นำมาแกะเป็นรูป ใช้ลงสีให้สวยงาม ใส่กรอบอย่างดี นำไปขาย
รูปส่วนใหญ่ที่ทำจะเป็นรูปภาพของมงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลูกค้านิยมซื้อไปเป็นของขวัญ ของที่ระลึกให้ผู้ใหญ่ หรือซื้อไปตกแต่งบ้าน สินค้าชนิดนี้สามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้อย่างมาก ราคาอยู่ที่ 8001 หมื่นบาท แล้วแต่ขนาดภาพ ลวดลาย ประเภทของกรอบรูป
“รูปภาพนูนต่ำที่ออกมา ลูกค้าส่วนใหญ่จะนึกว่าเป็นภาพที่แกะจากโลหะ แต่ที่จริงผลิตจากกระดาษ ทำจากผักตบชวาในแม่น้ำลำคลอง เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดขยะในแม่น้ำลำคลอง อีกทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ทำจากฝีมือของคนไทย”
จันทิพย์ กล่าวว่า การดำเนินงานภายในกลุ่ม มีสมาชิกทั้งหมด 50 คน ผลิตสินค้าจะกระจายให้สมาชิกไปทำที่บ้านของแต่ละคน แล้วแต่ความถนัด ชิ้นงานที่ขายได้ก็จะนำรายได้มากระจายให้กับสมาชิกอย่างทั่วถึง ให้ทุกคนมีรายได้
ด้านการลงทุน เบื้องต้นใช้เงินลงทุนน้อย เพราะวัตถุดิบผักตบชวาก็ไปเก็บมาจากในคลองทั้งหมด เก็บมาสต๊อกไว้แล้วนำมาตากแห้ง ด้วยการที่ใช้วัตถุดิบจากขยะ ทำให้การผลิตสินค้าไม่มีต้นทุนด้านวัตถุดิบ ไม่ต้องกลัววัตถุดิบขาดแคลน เพราะผักตบชวาเติบโตเร็วมาก ขยายพันธุ์ได้ 30 ต้น ภายใน 20 วัน ถ้าปล่อยในแหล่งน้ำไว้เพียง 10 ต้น จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านต้น ภายใน 1 ปี ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและวัตถุดิบราคาแพงจึงหมดไป อีกทั้งยังเป็นส่วนช่วยรักษาแม่น้ำลำคลองให้สะอาดอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มก็ยังต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรในการผลิตเพิ่มเติม จากที่เริ่มด้วยการทำมือทั้งหมด เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น ก็จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มกำลังผลิต โดยมีเครื่องต้มไอน้ำ เครื่องตีเยื่อกระดาษ เครื่องขึ้นแผ่นกระดาษ มาช่วย ทำให้การลงทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องลงทุนวิจัยและพัฒนาสินค้าด้วย ทำให้ขณะนี้ธุรกิจอาจจะยังไม่คืนทุน แต่สมาชิกในกลุ่มก็มีรายได้เพียงพอ ทุกคนมีความภาคภูมิใจที่สินค้าได้รับการตอบรับที่ดี มีคำสั่งซื้อเข้ามาตลอด ถือว่าประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่ง
ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่าย กลุ่มจะเน้นนำสินค้าไปออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ของหน่วยงานราชการ เนื่องจากลูกค้าจะได้เห็นสินค้าของจริง ได้พูดคุยกับคนขาย สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ง่ายขึ้น
ลูกค้าอาจจะไม่ได้สั่งซื้อในทันที แต่ลูกค้าจะรู้จักสินค้า จดจำ เมื่อต้องการซื้อสินค้าก็จะนึกถึงสินค้าของเราก่อน รวมทั้งลูกค้าสามารถโทร.สั่งสินค้าโดยตรง ซึ่งจะมีการนำสินค้าไปให้ลูกค้าดูถึงที่ เพื่อความสะดวกในการสั่งซื้อ
เป้าหมายในการทำธุรกิจต่อจากนี้ จันทิพย์ต้องการที่จะพัฒนาสินค้าออกไปในรูปแบบอื่นๆ อีก เพราะจากการศึกษาผักตบชวาสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลายมากกว่านี้ เช่น บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทิศทางตลาดส่วนใหญ่ก็หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังขาดแคลนทุนที่จะพัฒนา จึงต้องค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ โดยต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กบ้าง เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาตัวเอง







