
แผนอัดน้ำมันสำรองล้ม
IEAไร้พลังราคาในตลาดตอบรับช่วงสั้นก่อนพุ่งอีก
IEAไร้พลังราคาในตลาดตอบรับช่วงสั้นก่อนพุ่งอีก
แผนอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าตลาดล้มเหลว ราคาน้ำมันไม่ตอบรับ ดิ่งลงช่วงสั้นๆ ก่อนถีบตัวขึ้นเฉียดทุบสถิติ
แผนปล่อยน้ำมันสำรองของโลกโดยสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) เพื่อตรึงราคาล้มเหลวทั้งที่ยังไม่ทันปรับใช้จริง หลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีปฏิกิริยาในช่วงสั้น โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดเบรนต์ปรับลงมาต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 106.73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดน้ำมันสหรัฐปรับลงมาอยู่ที่ 91.22 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือราคาลดลงถึง 4.39 เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ในเวลาไม่ทันข้ามวัน ราคาน้ำมันในตลาดเบรนต์พุ่งขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 107 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดสหรัฐขยับขึ้นมาอยู่ที่ 91.89 เหรียญสหรัฐ แม้ว่าการประกาศปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินถึง 60 ล้านบาร์เรลของไออีเอ จะเป็นไปอย่างเหนือความคาดหมายก็ตาม
ทั้งนี้ ไออีเอและสหรัฐได้ประกาศปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินของรัฐบาลนานาประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาดโลกที่ราว 2.5% ในช่วงเดือนหน้า ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 37 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งไออีเอ ที่มีการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก (โอเปก) ตัดสินใจตรึงกำลังการผลิตน้ำมันในระดับเดิม แม้ราคาน้ำมันจะสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลก็ตาม
“ภาวะสะดุดตัวของปริมาณน้ำมันในตลาดยืดเยื้อเป็นเวลาระยะหนึ่ง และส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดหากภาวะนี้ยังคงสืบเนื่องต่อไป ยิ่งน้ำมันในตลาดขาดแคลน ยิ่งเป็นภัยคุกคามต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้ว” แถลงการณ์ของไออีเอ ระบุ พร้อมเปิดเผยว่า จะปล่อยปริมาณน้ำมันสู่ตลาดที่ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วง 30 วันข้างหน้า ซึ่งเป็นปริมาณมากกว่าน้ำมัน 1.2 ล้านบาร์เรล ที่สูญหายไปจากระดับการส่งออกจากลิเบีย
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายแสดงความกังขาต่อแผนการปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดในครั้งนี้ โดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ตอบโต้ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น และแนะนำให้ประเทศพัฒนาแล้ว ควรใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อชะลอราคาในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มากกว่า
ขณะที่ ไชยปาล เรดดี รัฐมนตรีน้ำมันของอินเดีย กล่าวว่า มาตรการของไออีเอจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักเก็งกำไรราคาน้ำมันยังคงมีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของราคา







