
ดีแทควอนรัฐอย่ากลั่นแกล้ง
ดีแทคมั่นใจไม่ผิดกฎหมายต่างด้าว วอนรัฐอย่ากลั่นแกล้ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมสรุปผล 4 ก.ค.
ดีแทคมั่นใจไม่ผิดกฎหมายต่างด้าว วอนรัฐอย่ากลั่นแกล้ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมสรุปผล 4 ก.ค.
นายรวีพันธ์ พิทักษ์ชาติวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ได้เข้าให้ข้อมูลต่อคณะทำงาน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ยืนยันว่าดีแทค มีสถานะเป็นบริษัทคนไทย ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามพ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 4 ที่ห้ามคนต่างด้าวถือหุ้นเกิน 49%
“หวังว่าทางกระทรวงพาณิชย์จะให้ความเป็นธรรมและไม่ถูกกลั่นแกล้ง และขอให้ลูกค้าดีแทคสบายใจได้ไม่ต้องกังวลต่อปัญหานี้” นายรวีพันธ์กล่าว
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ดีแทคได้เข้ารับทราบข้อร้องเรียนและข้อสงสัยที่คณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร และ บริษัททรูมูฟ ที่มีต่อดีแทคว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นต่างด้าวเกิน 49% ซึ่งได้ให้ดีแทคไปรวบรวมเอกสารและข้อมูลมาชี้แจงอีกครั้ง เพื่อนำกลับมารายงานในการประชุมวันที่ 29 มิ.ย. ก่อนสรุปผลทั้งหมดในวันที่ 4 ก.ค.ตามกำหนด
ทั้งนี้ ดีแทคมีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก และ มีผู้ถือหุ้นหลายลำดับชั้นทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลทั้งไทยและต่างด้าว ซึ่งคณะทำงานต้องหาเรื่องนี้ทุกวัน โดยได้ทำหนังสือเชิญบริษัทที่เกี่ยวข้องกรณีนี้ คือบริษัท ไทยโทลโค โฮลดิ้งส์ บริษัท ตั๊กวู โฮลดิ้งส์ บริษัท โบเลโร และบริษัทย่อยอีก 4 แห่ง เข้าชี้แจงต่อคณะทำงานตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. เป็นต้นไป แตบริษัทที่ได้รับเชิญนั้น จะมาให้ข้อมูลหรือไม่ก็ได้
นายบรรยงค์ กล่าวว่า หากพบใครเป็นนอมินีถือหุ้นแทน และส่งผลกระทบทำให้บริษัทดีแทคเป็นต่างด้าว จะสั่งฟ้องร้องดำเนินดคีทันที ทั้งตัวบริษัทดีแทค และนอมินีที่ถือหุ้นแทน โดยมีโทษความผิดตามมาตรา 36และ 37 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลจะสั่งให้เลิกกิจการถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 1 หมื่นถึง 5 หมื่นบาท
สำหรับคณะทำงานชุดตรวจสอบดีแทค ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต.สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กรมสรรพากร และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีทรูมูฟเข้าชี้แจง และดีแทคเข้ารับทราบข้อร้องเรียน







