posttoday
รุ่น3ศรีทองฯบุกธุรกิจอสังหา-แฟชั่น

รุ่น3ศรีทองฯบุกธุรกิจอสังหา-แฟชั่น

22 มิถุนายน 2554

ศรีทองพาณิชย์ ขยับใหญ่รอบ50ปี ดันรุ่น3 ขยายธุรกิจสังหาฯ-แฟชั่นลดเสี่ยงธุรกิจเดียว

ศรีทองพาณิชย์ ขยับใหญ่รอบ50ปี ดันรุ่น3 ขยายธุรกิจสังหาฯ-แฟชั่นลดเสี่ยงธุรกิจเดียว

นางวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีทองพาณิชย์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์ซิติเซน ราโด มิโด ฯลฯ เปิดเผยว่า นโยบ่ยธุรกิจของกลุ่มศรีทองพาณิชย์ นับจากนี้จะเป็นการบริการธุรกิจภายใต้รุ่น(เจนเนอเรชัน)ที่ 3 โดยมุ่งขยายไปยังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทโรงแรม และธุรกิจการจัดจำหน่ายสินค้า(เทรดดิง) โดยเพิ่มสินค้ากลุ่มแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ คาดเริ่มในปีหน้า จากเดิมธุรกิจหลัก เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกา มานานกว่า 50ปี

สำหรับแผนดังกล่าว เพื่อรองรับจากการสานต่อธุรกิจในรุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นรุ่นลูก และในรุ่นที่3 ซึ่งเป็นรุ่นหลาน  ของตระกูล ‘มหาดำรงค์กุล’  ต่อจากประธานกลุ่มในรุ่นที่ 1 คือ นายดิลก มหาดำรงค์กุล ที่ในปัจจุบันจะเน้นด้านการกำกับเชิงนโยบายเป็นหลัก พร้อมวางนโยบายใหม่ให้เปิดกว้างในการการขยายธุรกิจใหม่ๆมากขึ้น จากการนำผลกำไรไปต่อยอดธุรกิจเพิ่มขึ้น

“เป็นการปรับตัว เพื่อรองรับการทำตลาดครั้งใหญ่ ในรอบ 51 ปี ของศรีทองพาณิชย์ จากการเป็นเอเย่นต์จำหน่ายนาฬิกา ซึ่งเมื่อ 12 ปีก่อนนี้ ได้ขยายไลน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรก คือ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาฯ และอาคารสำนักงานเลอ คองคอร์ด และอาคารสำนักงานเอ็มดี ทาวเวอร์ ย่านบางนา” นางวิภาวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ในปี2553 ศรีทองพาณิชย์ ยังได้ปรับโครงสร้างบริษัท โดยเปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วน จำกัด เป็นบริษัทจำกัด พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท จาก 100 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนการขยายการลงทุน โดยเบื้อง ต้น เตรียมงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาท ลงทุนพัฒนาโรงแรมย่านพัทยา บนพื้นที่ 17 ไร่ จำนวน 300 ห้อง คาดเปิดบริการปลายปี 2555 เพื่อรองรับความต้องการในตลาดท่องเที่ยวเมืองพัทยา ที่มีอัตราการเข้าพักสูงต่อเนื่อง มากกว่า 80% และมีชาร์เตอร์ไฟล์ จากต่างประเทศเข้ามาพักเฉลี่ย 10-14 วัน รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว มีการเช่ารถตู้เข้ามาช้อปปิงในกรุงเทพฯ แล้วกลับไปนอนพัทยา เป็นต้น

นางวิภาวรรณ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจนาฬิกาในปีนี้ได้ขยายไลน์เข้าสู่กลุ่มนาฬิกาแฟชั่นเป็นครั้งแรก โดยเป็นผู้แทนจำหน่ายแบรนด์วาเนเบ่ จากประเทศอิตาลี  เจาะกลุ่มวัยรุ่นและผู้หญิงทำงาน ระดับราคาตั้งแต่ 4,000-25,500 บาท คาดช่วง 6 เดือนจากนี้จะสามารถสร้างยอดขาย 50 ล้านบาท

สำหรับตลาดนาฬิกาในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมมีแบรนด์ทำตลาดในไทยถึง 240 แบรนด์มากกว่าแบรนด์นาฬิกาในฮ่องกง หรือประเทศอื่นๆ ขณะที่ตลาดระดับกลางเติบโตสูงแม้จะมีปัญหาการเมืองแต่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยปีก่อนมียอดขายเติบโต 11% ส่วน 5 เดือนแรกที่ผ่านมาเติบโต 12% เฉพาะแบรนด์ซิติเซนแบรนด์เดียวเติบโต 20%

ส่วนภาพรวมผลประกอบการกลุ่มศรีทองพาณิชย์ ในปีนี้คาดรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%  แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนาฬิกา รวม 6 แบรนด์ 30% อีก 70% มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน